ผู้เขียน หัวข้อ: To: Executive MBA # 15 Sec.3  (อ่าน 231092 ครั้ง)

Chanisa.c

  • บุคคลทั่วไป
Re: To: Executive MBA # 15 Sec.3
« ตอบกลับ #120 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 10:38:36 am »


                                                         =====ขอแนะนำตัวบ้าง ชื่อ ชนิษา ชิตทรงสวัสดิ์====
                         
                                                                ******    Id. 515740282-2   ******

                                                                                  Ex'15  Sec 3


ในหัวข้อของ MK Restaurants พี่รุ่งได้มาเล่า กลยุทธ์ 4P และ SWOT แล้วดิฉันนั้นได้ไปอ่านบทความเกี่ยวกับเรื่อง Multi-Segment Strategy ของMk เป็นหัวข้อที่น่าสนใจมากทีเดียวเลยนะค่ะเลยจะมาขอขียนเล่าเรื่องให้เพื่อนๆๆได้อ่านกันนะค่ะ
   สำหรับการสร้างแบรนด์ให้ผู้บริโภครู้จักนั้น “รสชาติ” รสชาติต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเพราะว่าร้านอาหารที่มีรสอร่อยจะ ทำให้มีการบอกเล่าต่อๆๆกันไป Word of mouth ลิ้นของผู้บริโภค ส่วนใหญ่จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของธุรกิจร้านค้านั้นๆ ซึ่งเรื่องของรสชาติก็เป็นส่วนหนึ่งของคำว่า “คุณภาพ” ในธุรกิจร้านอาหารไม่ใช่อยู่ที่ความอร่อยอย่างเดียว ยังต้อง สะอาด และมีการบริการที่ดีด้วยชื่อเสียงของ เอ็มเค สุกี้ ก็เริ่มมาจากความอร่อยของน้ำจิ้ม และความอร่อยของอาหารรวมทั้งการจัดร้าน และการที่มีบริการที่ดี และด้วยคำที่ว่า Word of mouth นี่แหละทำให้ MK มีคำว่า One brand doesn’t fit all.   
   Mk Restaurants หยั่งรากลึกในใจคนไทยมานานกว่า 20ปี มีSegment กลุ่มเป้าหมายกว้างขวาง ตั้งแต่เด็กวัยรุ่นนักศึกษา คนทำงานกลุ่มครอบครัวจนถึงผู้สูงอายุ แน่นอนว่า life style ของแต่ละกลุ่ม มีทั้งความเหมือน บนความแตกต่าง มีความSophisticated สลับซับซ้อนหลากหลาย ลำพัง Mk brandเดียวคงไม่สมมารถตอบสนองลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่ปี 2549 เราจึงเห็น MKทำ Segmentation อย่างจริงจังด้วยการแตกแบรนด์ MK Gold เพื่อขยายฐานลูกค้าฟรีเมียม และ MK Trendi กระชากวัยลงมาใกล้ชิดวัยรุ่น Mk พยายามแบ่งกลุ่มเป้าหมาย และ brand เพราะตัว concept แต่ละ brand มีความแตกต่างกันของSegments กลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนคุณสมชาย หาญจิตต์เกษม Deputy Managing Director ของ MK RESTAURANT CO.,LTD.
   -MK Gold ตั้งอยุ่ที่สยามพารอกอน เอสพลานาด ศาลาแดง ฯลฯ ทำSegmentation และขยายกลุ่มลูกค้า Middle Class Upเทียบเคียงได้กับชั้น Business Classของสายการบิน ส่วน Mk Restaurants อยู่ในSegment Economy Class แต่เหตุผลของ MK Gold มิใช่เพียงแต่เรื่อง Segmentation แต่ยังครอบคลุมถึงเรื่อง Occasion อีกด้วยเพราะว่าเขามี พื้นที่สำหรับลูกค้าต่างชาติ ลูกค้าผู้ใหญ่ บ่งเป็นสัดส่วน ความแตกต่างระหว่าง MK กัย Mk Gold แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก            
   1) การออกแบบตบแต่งสถานที่ Mk Gold จะกว้างขวางกว่าMk มีความสะดวกสบายในการนั่งแบ่งสัดส่วนของพื้นที่ Privacyรวมไปถึงขนาดของโต๊ะที่ใหญ่ทางเดินกว้างขวางลักษณะของวัสดุที่เลือกใช้ ใช้ไม่มากขึ้นเพื่อนให้ดูLuxury และมีแซนเดอเลียร์ที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น และบรรยากาศของแสงไฟที่ดูสบายCosy มากขึ้น มีบรรยากาศที่น่านั่งมากกว่า MK ส่วนบรรยากาศของ MKเน้นความสว่างสดใส Active กระตือรือร้นสนุกสนาน concept คือทานแล้วสนุก เพราะว่าบางทีลูกค้าโต๊ข้างๆๆเป็นกลุ่มเดียวกัน เช่นนักศึกษา วัยรุ่นโดยลักษณะ Open ของพื้นที่จะเอื้ออำนวยให้เกิดความสนุกสนาน
   2) อาหารและภาชนะอุปกรณ์ มีความหลากหลายทั้งขนาดของสินค้าและประเภทของอาหาร ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ กุ้งของ MK size M แต่กุ้งของ Gold จะเป็น Size อาหารบางชนิดจะมีเสิร์ฟจะเฉพาะที่Mk Gold อย่างเช่น ปลาแซลมอน หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กรรเชียงปู หอยเซลล์ติดไข่หรือประเภทผักเช่น สาหร่ายแดง สาหร่ายเขียวโดยจัดเป็น อาหารที่มี Volume ไม่มากพอที่จะเสิร์ฟใน MK สำหรับ Tone and Manner ของภาชนะหรืออุปกรณ์ภายใน Mk Gold จะดูมีระดับโดยเปลี่ยนเป็นกระเบื้อ หม้อสีทอง หรือกระเช้าเสิร์ฟก็จะถูกคัดมาจากความแตกต่างลักษณะของเก้าอี้ก็นุ่มกว่า สบายกว่าคุณสมชาย สรุปว่า Tone and Manner ของ Mk Gold หรูหรามีระดับเรียกว่า น้องๆๆโรงแรม มีPositioning อยู่ระหว่างร้านอาหารกับโรงแรม
   3) การบริการเริ่มตั้งแต่คัดเลือกพนักงาน ดูตั้งแต่ภายนอกความสูงต้องไม่ต่ำกว่า 160 ซม.และ service mind ต้องมีมากว่า มีประสบการณ์มากกว่า พยายามคัดเลือกพนักงาน เกรด AของMk มาอยู่ที่นี่   
-MK Trendi   เหตุผลของการแตก Sub-brand Mk trendi แตกต่างจาก MK Gold   
Perception ที่กลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา ดึงดูดอยากให้มาใช้บริการ ตั้งอยู่ที่ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และสยามสแควร์
ตกให้ดูเป็น Modern โทนสีค่อนข้างแรงเช่น ชมพู เหลือง ฟ้า รูปแบบการตกแต่งร้านมีกราฟฟิก การเปิดเพลงในร้านจะจัดให้ตรงกับกลุ่มวัยรุ่นการตกแต่ง uniform ของพนักงานต้องการ Add up Entersinment ให้วัยรุ่นยุคแอ๊บแบ๊ว   
      Mk Connect    แรงผลักที่ทำให้ Mk แตก sub-Brand เกิดจากความต้องการที่หลกหลายของกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่เด็กจนถึง คนแ วัยรุ่นกลุ่มนักศึกษาถึงกลุ่มลูกค้าพรีเมียม ลำพังbrand Mk ที่เป็น Mass คงไม่เพียงพอที่จะตอบสนองได้ดั่งใจทุกคน Sub-brand จึงตอบโจทย์ Segmentation สร้อยที่ห้อยต่อจาก MKเป็นการบอก STP (Segmentation, Target, Positioning)
   Gold บ่งบอกคาแร็กเตอร์ของลูกค้ากลุ่มพรีเมียม ที่demand มีมากกว่า MKสาขาปกติ ทั้งเรื่องบรรยากาศ สถานที่ ขนาด และประเภทของอาหาร และการบริหารเหนือระดับ
   Trendi สะท้อนถึงความพยายามในหารใช้ Location เพื่อตรึงใจกล่มลูกค้าวัยรุ่น-นักศึกษาเป็นการลดวัยเพื่อใกล้ชิด กลุ่มเป้าหมาย ทั้งเรื่องบรรยากาศในร้านสีสันของภาชนะ อุปกรณ์ การ Entertainสร้างความตื่นเต้นสนุกสนาน ต่างมีจุดเชื่อมร้อยเป็นหนึ่งเดียว
         นั่นคือ พลานุภาพของ Brand Mk
         นั่นคือการเสิร์ฟแห่งความอบอุ่น
แล้วเพื่อนๆๆเคยลองไปทาน MK Gold กับ Mk Trendi ยังค่ะ ...



sudawadee

  • บุคคลทั่วไป
Executive MBA # 15 Sec.3
« ตอบกลับ #121 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 11:18:54 am »
ขอรายงานตัวเลยนะคะ น.ส.สุดาวดี  บัวนิล (คุณก้อยค่ะ) รหัส 5157403399 Ex.15 Sec.3
ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่าหัวข้อที่เลือกมา มันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวก็คือเรื่องการบริการ เพราะงานที่ทำเป็นงานที่เกี่ยวกับการให้บริการ....อ๊ะ!!! ลองดูว่าเพื่อนๆ จะมีแนวคิดตรงกันมั้ย ลองวิเคราะห์กันดูนะคะ
"วิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า"

การวิเคราะห์ถึงความต้องการของลูกค้านั้น มีความสำคัญต่อความอยู่รอดของธุรกิจในปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจบริการ ที่ต้องเรียนรู้ว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้า มีผลต่อทิศทางในการกำหนดแนวทางในการทำงานทั้งสิ้น สิ่งที่ดิฉันจะเขียนในฉบับนี้จะบอกได้เป็นอย่างดีว่า เพราะเหตุใดธุรกิจบริการต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

ผู้บริโภคมีรายได้เพิ่มขึ้น ธรรมชาติของธุรกิจบริการนั้นมักเติบโตสอดคล้องกับเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ เสมอ เมื่อใดก็ตามที่ประชากรของประเทศมีรายได้ดี คุณภาพชีวิตและวิถีของการดำเนินชีวิตประจำวันก็ย่อมถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น จึงทำให้มีผู้บริโภคจำนวนมากหันหลังให้กับการลงมือทำบางสิ่งบางอย่างด้วยตนเอง และต้องการหาผู้ที่มาทำหน้าที่ต่างๆ แทนตนเอง

เช่น จากเดิมที่เคยทำงานบ้านไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาด ทำอาหาร งานบ้านจิปาถะฯลฯ เมื่อเศรษฐกิจของครอบครัวเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ธุรกิจบริการจึงเข้ามามีบทบาทในการตอบสนองความต้องการ

จะเห็นได้จากมีบริษัทรักษาความปลอดภัยและรักษาความสะอาด ธุรกิจรับเลี้ยงเด็ก ธุรกิจบริการส่งอาหารถึงประตูบ้าน ฯลฯ เกิดขึ้นเพื่อรองรับความต้องการ ที่สำคัญธุรกิจดังกล่าวมีการแข่งขันกันสูงทั้งบริษัทของคนไทยและข้ามชาติ ที่มีการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดด้วยกลยุทธ์บริการที่เป็นเลิศ ผู้ที่สามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดเท่านั้นจึงจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้

ผู้บริโภคต้องการพักผ่อน เมื่อเหน็ดเหนื่อยกับภารกิจต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคส่วนใหญ่จึงต้องการพักผ่อนหย่อนใจ จึงทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวเกิดขึ้นเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของลูกค้า ที่ผ่านมาจึงมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาอุดหนุนธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร และธุรกิจของที่ระลึก ฯลฯ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจเหล่านั้นจะเติบโตเหมือนๆ กัน เพราะที่ผ่านมา มีทั้งผู้ให้บริการที่เป็นผู้นำของตลาด เนื่องจากการทำงานสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และธุรกิจที่ต้องปิดตัวเองลง เพราะลูกค้าลดลงเรื่อยๆ

หากธุรกิจบริการสามารถทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มที่ต้องการพักผ่อนได้ ดิฉันเชื่อว่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการต่อยอดให้กับผลประกอบการ เนื่องจากปัจจุบันนี้มีกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากวันหยุดสุดสัปดาห์และเทศกาลสำคัญๆ มักมีนักท่องเที่ยวที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ผู้บริโภคมีอายุยืนยาวขึ้น ที่ผ่านมามีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของตนเอง ทำให้ธุรกิจที่รองรับความต้องการดังกล่าวมีการเติบโตตามไปด้วย จะเห็นได้จากสถานประกอบการที่ให้บริการเกี่ยวกับสปา สถานที่ออกกำลังกาย ศูนย์กีฬา รวมทั้งร้านอาหารเพื่อสุขภาพ และปลอดสารพิษ ฯลฯ ที่มีการขยายธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า

เมื่ออายุขัยของผู้บริโภคยาวกว่าในอดีต ส่งผลให้คนกลุ่มนี้มีความต้องการบริการด้านต่างๆ โดยเฉพาะในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต ตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่ทำหน้าที่ดูแลคนชรา หรือแม้แต่สินค้าและบริการที่ผลิตขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มผู้สูงอายุ ล้วนแต่เป็นผลพลอยได้จากการอยู่ในโลกนี้ได้ยาวนานขึ้นทั้งสิ้น

ผู้บริโภคมีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสอดรับกับความต้องการของลูกค้า ได้กลายเป็นกลยุทธ์การตลาดที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น แบรนด์ที่มุ่งเน้นเรื่องความทันสมัยของเทคโนโลยีสมัยใหม่ จึงสามารถเอาชนะใจลูกค้าได้เสมอ การแข่งขันเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ คืออีกบทบาทหนึ่งของนักลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม การเกิดขึ้นของธุรกิจบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ จึงมีให้เห็นทั่วไปจนเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ดิฉันคิดว่าหากต้องการให้ลูกค้ากลุ่มนี้ยอมจ่ายการให้บริการก็ไม่ควรหยุดอยู่กับที่เด็ดขาด มิเช่นนั้นโอกาสดี ๆ จะเป็นของคู่แข่งทันที

นอกจากเรื่องที่ดิฉันเขียนแล้วยังมีพฤติกรรมอีกมากมายของลูกค้าที่จะต้องวิเคราะห์เจาะลึก เพื่อจะได้ทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการ หากแบรนด์ต่าง ๆ สามารถอ่านใจลูกค้าแต่ละกลุ่มได้เป็นอย่างดี คำกล่าวทักทายว่า “สวัสดีค่ะ/ครับ มีอะไรให้รับใช้” ก็ไม่น่าจะใช้ประโยชน์ให้ลูกค้าพึงพอใจได้อีกต่อไป แม้ว่ารอยยิ้มที่สามารถสร้างสัมพันธภาพที่ดี แต่ลูกค้าของคุณคาดหวังอะไรมากกว่านั้น

การวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าออกเป็นกลุ่มต่างๆ ให้ชัดเจน แล้วออกแบบการบริการให้ตรงจุด คือโอกาสที่ดีสำหรับธุรกิจบริการในยุคหน้า สุดท้ายนี้ดิฉันขอฝากไว้ว่า ณ ขณะนี้คู่แข่งได้พัฒนาบริการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง หากต้องการเป็นหนึ่ง จากการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า คือการเริ่มต้นที่ดีที่สุดค่ะ

ใครที่อ่านแล้วคิดออกรึยังคะว่าจะขายบริการอะไร?

Buchsara Terakanok

  • บุคคลทั่วไป
Re: To: Executive MBA # 15 Sec.3
« ตอบกลับ #122 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 11:45:54 am »
สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องทุกท่าน...

วันนี้ผมขอเล่าประสบการณ์ ที่ผมเจอมาและไม่ได้คิดมาก่อนว่า นี้ก็เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดแบบหนึ่ง
แต่หลังจากการเรียนเรื่องการตลาด ก็ทำให้ผมเริ่มมีมุมมองและเข้าใจว่าจริงๆ นี้ก็คือกลยุทธ์ทางการตลาด อย่างหนึ่ง  มันอาจจูดูพื้นๆ  แต่ถ้าเราสังเกตจากเรื่องเล็กๆ บางครั้งอาจจะให้มุมมองใหม่ๆกับเราก็ได้นะครับ....

ผมไปทานอาหารกับน้องที่ทำงาน ชื่อน้องเปิ้ล ก่อนเดินเข้าร้านก็เห็นรถเข็นขายขนมสอดไส้อยู่ทางเข้าร้าน
ระหว่างทานอาหาร
น้องเปิ้ล ถามขึ้นว่า พี่กินขนมสอดไส้มั้ย  ?
ผมตอบไปว่า ไม่กิน..
น้องเปิ้ลเลย พูดว่า..  อืม  งั้นขากลับอย่าลืมเตือนซื้อขนม สอดไส้ นะอยากทานสัก 2 ห่อ
พอทานอาหารเสร็จ ก็เดินมาที่รถเข็น


น้องเปิ้ล   : แม่ค้า.. ขนมสอดไส้ ขายยังไง
แม่ค้า    : 5 ห่อ 20 บาท  จ้า..
น้องเปิ้ล   : งั้นเอา 20 บาท

หลังจากซื้อเสร็จ
ผมจึงถามน้องเปิ้ลไปว่า ไหนว่าจะซื้อ 2 ห่อไง
น้องเปิ้ลจึงตอบว่า ก็แม่ค้าบอกว่า  5 ห่อ 20 บาท  ก็เลยซื้อ 20  บาทก็ได้ ...!!!
ผมว่า  จริงๆ 5 ห่อ 20 บาท ตกห่อละ 4 บาท ความต้องการแรกของน้องเปิ้ล คือ ซื้อ 2 ห่อ 8 บาท
ถ้าซื้อ 2 ห่อ แม่ค้าเขาก็ขาย  แต่น้องเปิ้ลต้องมนต์ (กลยุทธ์การตั้งราคา pricing strategy ) ของแม่ค้าซะละ
แล้วเหตุการณ์หลังจากนั้น.....   น้องเปิ้ลก็ ทาน 2 ห่อ อย่างที่ตั้งใจไว้ แล้ว ผมก็ต้องรับภาระ 3 ห่อ ที่เหลือ ทั้งที่ผม ไม่อยากทานเล้ยยย...  :'(

ผมมีตัวเลือกให้เพื่อนๆ ลองทายกันดู ว่าแม่ค้าใช้กลยุทธ์การตั้งราคาแบบไหน มาให้เพื่อนๆได้ทายกันนะครับ ถ้าใครทายถูก ผมมีรางวัลให้ด้วย นะครับ.. ( ผมแอบใช้กลยุทธ์ทางการตลาดละ 555+ )  ;D

1. กลยุทธ์แนวระดับราคา
2. กลยุทธ์ราคาล่อใจ
3 .กลยุทธ์ราคาเลขคี่
4. กลยุทธ์การตั้งราคาตามฤดูกาล
5. กลยุทธ์ราคาแยกตามกลุ่มลูกค้า
6. กลยุทธ์ราคาชุด

ไว้เดี๋ยวผมจะมาเฉลยนะครับ.. ไปทำงานก่อน อู้ มานานละ 555+



นายเกรียงไกร อรุณพงศ์ไพศาล
515740273-3
topfe'



นุ้ย คิดว่าคุณแม่ค้าใช้ ข้อ1 แบบระดับราคา  หรืทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นแบบ ระดับราคา ..ก็ร้านอื่นเขาขายกัน ห่อละ 5 บาทไม่ใช่หรือ ....  น้องเปิ้ลของพี่ไม่ได้ถามว่าห่อละเท่าไหร่  แม่ค้าอาจจะขายห่อละ 5 บาท  แต่ต้องซื้อ 5ห่อ จึงขายห่อละ4บาทก็ได้ มั้งคะ

ตอบแล้ว ถูกไม่ถูก  เอารางวัลมาเลย


Nui ka

Buchsara Terakanok

  • บุคคลทั่วไป
Re: To: Executive MBA # 15 Sec.3
« ตอบกลับ #123 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 12:38:20 pm »
ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ นะคะ ว่า  Nui ka คือ บุษรา ธีระกนก   ID 515740373-9

ข้าพเจ้ามีเพื่อนค้าขายเกี่ยวกับผลิตภัณน์สุราหลายชนิด เพื่อน (จิงๆแล้ว ....)ได้เล่าให้ฟังว่าการค้าสุราในปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมาก สุราแต่ละยี่ห้อก็อยากจะผลักดันยอดขายของตัวเองให้สูงกว่าคู่แข่งจึงได้มีการใช้กลยุทย์การตลาดออกมาแข็งขันกันมาก เช่น การออกตัวสินค้าใหม่ของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด มีชื่อว่าเบียร์ช้าง ซึ่งเป้าหมายของการเปิดตัวเบียร์ช้างนี้เพื่อที่จะออกมาแข่งกับสินค้าของบริษัทบุญรอดบริวเวอร์รี่ จำกัด ซึ่งก็คือ เบียร์สิงห์ ผู้เคยเป็น เบียร์ไทยแต่เพียงผู้เดียว หลังจากที่เบียร์ช้างเปิดตัวออกมาตีตลาดนั้น มีผลกระทบต่อยอดขายของเบียร์สิงห์เป็นอย่างมาก บริษัทบุญรอดบริวเวอร์รี่ จำกัด จึงได้ตัดสินใจเปิดตัวผลิตภัณน์ใหม่ออกมาคือ เบียร์ลีโอ ซึ่งตอนนี้เป็นที่นิยมในตลาดเป็นอย่างมาก

ปัจจุบันนี้ บริษัทบุญรอดบริวเวอร์รี่ จำกัด ได้ใช้กลยุทย์การตลาด ในด้าน promotion เพื่อที่จะใช้ในการแข่งขันกับคู่แข่ง promotion ที่บริษัทใช้นั้นก็คือ
ซื้อ เบียร์ลีโอ   100 โหล      แถม   2 โหล
ซื้อ เบียร์ลีโอ   500 โหล      แถม   13 โหล
ซื้อ เบียร์ลีโอ   1000 โหล      แถม   30 โหล
การใช้ promotion นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะเพิ่มแรงผลักดันให้ลูกค้าซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น ทำให้ยอดขายของทางบริษัทเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ลูกค้าที่ซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก ก็จะได้สินค้าแถมเพิ่มมากขึ้นตามอัตรส่วน ทำให้ต้นทุนในการขายลดลง ยิ่งไปกว่านั้นลูกค้าที่มีกำลังซื้อมาก ได้สินค้าแถมมาก ก็จะได้เปรียบผู้ซื้อที่มีกำลังน้อยกว่า
Price
Leo      420 / โหล
ช้าง      387  /  โหล

Strategy:
เริ่มจาก การวางสินค้าตัวใหม่ในตลาดคือ Leo Beer
SPT :
เบียร์ช้าง (คู้แข่ง) วาง position ตัวเองว่าเป็น beer ราคาถูก และ เจาะตลาดกลุ่มล่าง  บริษัทบุญรอดบริวเวอร์รี่ จำกัด จึงต้องออกสินค้าในกลุ่มตลาดเป้าหมายเดียวกันเพื่อดึง market share กลับมา แต่ สินค้าใหม่ของบริษัทบุญรอดบริวเวอร์รี่ จำกัด มีรสชาติที่เข้มข้นและถูกปากกว่า รวมถึงราคาที่สูงกว่า เบียร์ช้างเล็กน้อย และวางposition ตัวเองใหสูงกว่าช้าง แต่ต่ำกว่า สิงห์
 Brand Name บริษัทบุญรอดบริวเวอร์รี่ จำกัด เลือกใช้ Leo ซึ่งหมายถึง  เสือดาว เป็นสัตว์ในตระกูล สิงห์

สถานการณ์ปัจจุบัน :
Leo Beer ใช้ pricing strategy เป็นตัวชักจูงใจให้พ่อค้าคนกลางมีความต้องการขายโดยการลดต้นทุน หรือโดยการแถมสินค้า อีกในหนึ่ง คือ
ซื้อ 100 ลด 2% ซื้อ 500 ลด 2.5 % หรือ ซื้อ 1000 ลด 3 % หรือ กลยุทธ์แนวระดับราคาเพื่อเป็นการเพิ่มกำไรให้ลูกค้าขายส่ง แทนที่จะลดราคาให้ final consumer 

RACHANEEKUL

  • บุคคลทั่วไป
Re: To: Executive MBA # 15 Sec.3
« ตอบกลับ #124 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 02:04:13 pm »
เรียนท่านอาจารย์ศักดิ์ชัย
และสวัสดีชาว MBA Ex # 15 Sec 3 ทุกท่าน
นางรัชนีกุล หิรัญบูรณะ  515740314-5  น้องๆเขาจัดให้อยู่กลุ่ม สว.(สูงวัย)แต่ใจสู้ นะจ๊ะ
   
ขอกล่าวถึงธุรกิจสาหร่ายทอดชื่อเล็กๆแต่ยอดขายไม่เล็กนะคะ “เถ้าแก่น้อย”
“เถ้าแก่น้อย”แบรนด์ผู้นำสาหร่ายสแน็ค  แบรนด์ไทย ยอดขายหลายร้อยล้าน
.......เถ้าแก่น้อย    อร่อยง่ายๆได้คุณค่าจากทะเล.......
ก่อนอื่นขอกล่าวถึงชายหนุ่มอายุ 23 ปี นามว่าคุณอิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เริ่มต้นธุรกิจจากการเช่าตู้เกาลัดจากประเทศญี่ปุ่นมาสร้างแฟรนด์ไชส์ของตัวเอง โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า“ถ้าแก่น้อย”
   ใช้เวลาปีเศษ ขยายแฟรนไชส์เกาลัดเถ้าแก่น้อยจากหนึ่งเป็น 30 สาขาแต่เนื่องจากว่ามองเห็นว่าหลายแห่งแล้วจึงลองนำเข้าสินค้าต่างๆมาขายพ่วงที่หน้าร้านเช่น ลูกท้อ ลำไยอบแห้ง และสาหร่าย ปรากฏว่า สาหร่ายเป็นตัวที่ขายดีที่สุดในร้าน จึงเกิดแรงบันดาลใจอยากต่อยอดธุรกิจสาหร่ายอย่างจริงจัง เริ่มศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสาหร่าย  ตอนแรกขยายตลาดแบบง่ายๆโดยบรรจุในซองพลาสติกธรรมดานำไปฝากขายร้านค้าต่างๆ ซึ่งพบอุปสรรค คือ อายุสินค้าสั้นเก็บได้ไม่นาน และรูปลักษณ์ไม่สวย ทำให้ไม่ประสบผลสำเร็จในการเปิดตลาด จึงหาทางแก้ไขโดยถามผู้รู้ อยู่มาวันหนึ่งเริ่มสนใจตลาดในร้านสะดวกซื้อ(7-11) โดยพัฒนาสาหร่ายให้เก็บได้นานขึ้นแต่ยังคงแพคซองธรรมดาสินค้ายังคงไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้าเช่นเดิม สาเหตุจากสินค้าไม่สวย ไม่เหมาะกับร้าน 7-11 นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับปรุงสินค้าให้ได้มาตรฐาน มีสไตล์เป็นของตัวเองและถูกใจคนทั่วไป ตั้งแต่วัยเด็กตัวน่อย น่อย วัยสะรุ่น ไปจนถึงวัยกลางดึก เอ๊ย วัยกลางคน และครอบครัว ทุกเพศทุกวัยโดยการสร้างสไตล์ตามกระแสญี่ปุ่นและเกาหลีฟรีเว่อ ซึ่งกำลังมาแรงในเมืองไทย ออกแบบให้ออกแนวสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ดูน่ารัก มีความสุข และสามารถจดจำได้ทันทีที่เห็น  จึงนำไปเสนอต่อร้าน7-11 อีกครั้งผลที่ได้รับคือมีการติดต่อกลับมาและให้วางขายในร้าน 7-11 จำนวนมากกว่า 3,000 สาขาทั่วประเทศ  เมื่อมียอดผลิตปริมาณมากกอรปกับมีปัญหาเรื่องเงินทุนจึงตัดสินใจขายแฟรนไชส์เกาลัดและมาลงทุนในธุรกิจสาหร่ายทอดอย่างจริงจัง
   
วิเคราะห์ความสำเร็จการตลาดสแน็คสาหร่ายเถ้าแก่น้อย
โดยใช้ส่วนประสมการตลาด(Marketing Mix : 4 p)
1.Product  สินค้าให้เก็บไว้ได้นาน เป็นของกินเล่นที่มีคุณค่าอาหารสูง (โปรตีน ธาตุเหล็ก)แคลอรี่ต่ำ เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ มีรสชาติหลากหลาย เช่น รสคลาสสิค,รสเผ็ด,รสวาซาบิ,รสต้มยำกุ้ง
2.Price   ตั้งราคาไม่แพงเด็กๆซื้อได้ ผู้ใหญ่ซื้อดี โดยตั้งราคาตั้งแต่ห่อละ 5 บาท ถึง 60 บาท
3.Place   ช่องทางการจัดจำหน่าย  จำหน่ายในตลาดโมเดิร์นเทรด เช่นโลตัส,บิ๊กซี,ท็อปส์,เซเว่นฯ ,Jiffy,Family Mart Watsons,Themalls,Carrefour นอกจากนี้ยังโกอินเตอร์ โดยจำหน่ายในประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง มาเก๊า มาเลเซีย  อินโดนีเซีย โดยการขายตรงผ่านอีเมล์
4.Promotion  มีการโฆษณาทางโทรทัศน์เพ่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทัวประเทศ โดยใช้ “ครูคริส”(คริสโตเฟอร์ ไรท์ ครูสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง) นอกจากนี้ยังทำกิจกรรมร่วมกับรายการโทรทัศน์ต่างๆ เช่น รายการกบนอกกะลา ทาง MCOT ถ่ายทำวิธีผลิตสาหร่ายที่นำเข้าจากต่างประเทศ โรงภาพยนตร์,Magazine Ad,Bill Board Below the line
5. นอกจากนี้ยังมี P ที่ 5  Packaging คือ การบรรจุหีบห่อ  ด้วยซองบรรจุที่มีสีสันสดใส มีโลโก้ที่  สะดุดตา จำได้ง่าย สไตล์น่ารัก น่ารัก  มี 4 ขนาดให้เลือก คือ  20 กรัม,50 กัม,85 กรัม และBIG SHEET 4 กรัม

สำหรับการสร้างแบรนด์    ต้องการตอกย้ำให้เถ้าแก่น้อยเป็นที่จดจำ ในฐานะผู้นำสาหร่ายกินเล่น ทั้งด้านผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสินค้าตัวนี้จริงๆ โดยการใช้ช่องทางสื่อโทรทัศน์ในการโฆษณาแบบ Mass

ส่วนวงจรธุรกิจ   แบรนด์เถ้าแก่น้อย อยู่ในช่วงเติบโต นับวันจะทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆยืนอยู่แถวหน้าของตลาดสแน็คประเภทสาหร่ายทอด ปี 2550 มียอดขายถึง 500 ล้านบาท และปี 2551 ตั้งเป้าไว้ที่ 750 ล้านบาท  โอ้.........พระเจ้า ไม่ธรรมดา
การทำการตลาดของเถ้าแก่น้อยที่เป็นทำกับทุกคนที่จริงแล้วไม่ถูกต้องนะในการทำธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จนั้นต้องแบ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจนกำหนดแผนการตลาดทั้งหมดไปในทิศทางที่ถูกต้องแต่แบรนด์เถ้าแก่น้อยโชคดีที่มีลูกค้าหลายกลุ่มเจาะตลาดได้กว้างแล้วประสบผลสำเร็จ แต่เถ้าแก่น้อยก็ไม่ชะล่าใจเมื่อสแน็คสาหร่ายเถ้าแก่น้อยประสพผลสำเร็จและไปได้ดีจึงแยกแบรนด์ใหม่ “CURVE”ขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเฉพาะเพื่ออุดช่องโหว่ในตลาดสาหร่าย
โดยใช้ STP Concept  -Market segmentation คือ  เลือกกลุ่มผู้หญิง ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพเป็นพิเศษ   กินแล้วกลัวอ้วน
              -Market targeting      คือ  เลือกตลาดเดียวผู้หญิงวัย 18-30 ปี
                            -Market positioning คือ ใช้สาหร่ายเกรด A พันธุ์   AJINSUKE NORI นำมาผ่านกระบวนการพิเศษละลายในปากทันที ให้พลังงานต่ำกว่า 15 แคลอรี่ มีรสชาติอร่อยเป็นหลัก
   
จากการแตกแบรนด์ CURVE ปี 2551 คุณอิทธิพัทธ์คาดว่าน่าจะได้สัก 50 ล้านบาท โดยใช้กลยุทธ์ราคาตั้งสูงกว่าเถ้าแก่น้อยนิดหน่อย ส่วนช่องทางการตลาดใช้โมเดิร์นเทรดเหมือนกับเถ้าแก่น้อยแต่จะเพิ่มร้านเพอร์ซันนัลแคร์ สำหรับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง เช่น วัตสัน บูธส์ ร้านขายยาที่ดูมีเกรด โรงภาพยนตร์ชั้นนำ Major ,EGV, SF Cinema เมื่อรวมยอดขายกับสาหร่ายเถ้าแก่น้อยแล้วรายได้จะตกอยู่ที่ 800 ล้านบาท โอ๊ว!*****

เมื่อพูดถึงความสำเร็จของเถ้าแก่น้อย ขอให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตราสินค้าหรือยี่ห้อ หรือ ให้อินเตอร์หน่อยก็เรียกแบรนด์หน่อยนะคะ
นักการตลาดผู้เยี่ยมด้วยวรยุทธ์ทางการตลาด ก็คือ ความสามารถในการสร้างสรรค์ รักษา และป้องกัน รวมทั้งส่งเสริมและเพิ่มคุณค่าให้กับตราสินค้า หรือ Brand ซึ่งเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ และเป็นหลักพื้นฐานของการตลาด สมาคมการตลาดแห่งสรัฐอเมริกา(The American Marketing Association)ให้คำนิยาม “ตราสินค้า” ว่าหมายถึง คำศัพท์ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ การออกแบบ หรือนำสิ่งเหล่านี้มารวมกัน เพื่อที่จะใช้ระบุว่า เป็นสินค้าหรือบริการของผู้ขาย หรือกลุ่มผู้จำหน่ายรายใด และยังใช้แสดงความแตกต่างจากคู่แข่งขันทางการค้า ดังนั้น ตราสินค้าจึงแสดงถึง หรือระบุถึงตัวผู้ขาย หรือผู้ผลิต โดยอยู่ภายใต้กฎหมายเครื่องหมายการค้า ซึ่งผู้ขายหรือผู้ผลิตได้สิทธิผูกขาดให้เป็นผู้ใช้ชื่อตราสินค้านั้นๆ แต่เพียงผู้เดียวตลอดกาล ผู้อื่นจะละเมิด หรือนำไปใช้ไม่ได้ 

ซึ่งตราสินค้าสามารถสื่อความหมายได้ 6 ระดับ คือ
1.   คุณสมบัติ(Attributes)  คุณสมบัติหรือลักษณะที่ชัดเจนฉพาะตัวของสินค้า
2.   คุณประโยชน์(Benefits)  แสดงออกมาเป็นประโยช์ตามหน้าที่
3.   คุณค่า(Values)  บ่งบอกหรือแสดงคุณค่า บางสิ่งบางอย่างของผู้ผลิต
4.   วัฒนธรรม(Culture)   เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมผู้ผลิค
5.   บุคลิกภาพ(Personalty)  บ่งบอกถึงบุคลิกภาพของสินค้าหรือบริการ
6.   ผู้ใช้สินค้าลิการ(User)  ชี้หรือแสดงให้เห็นถึงประเภทของผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 14, 2009, 02:11:39 pm โดย RACHANEEKUL »

515740309-8

  • บุคคลทั่วไป
Baby Tree.....
« ตอบกลับ #125 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 02:58:27 pm »
นางภณิตา  แขสิงห์  รหัส  515740309-8

กราบเรียน  ท่านอาจารย์ ที่เคารพ  และเพื่อนๆ ทุกท่าน  เห็นเพื่อนๆ แชร์ ไอเดีย เกี่ยวกับ วิชาการจัดการการตลาด กันสนุกสนาน  วันนี้ก็เลยหยิบไอเดียเด็ดทางธุรกิจมานำเสนอ

Baby Tree.....สีเขียวของต้นไม้ใบหญ้า ทำให้เรารู้สึกดี  และสดชื่นได้เสมอ  จะดีไหมถ้าเราสามารถพกพาต้นไม้ไปไหนต่อไหนได้ทุกที่  วันนี้เราสามารถพกพาต้นไม้ไปไหนต่อไหนได้จริงๆ แล้วนะ ขอบอก  พูดจริงไม่มั่วนิ่ม  แล้วก็ไม่ใช่ว่าจะยกกระถางต้นไม้ติดตัวไปหรอกนะ  สิ่งที่กำลังพูดถึงก็คือ  baby tree  ฟังชื่อแล้วน่ารัก  น่าชังใช่ไหมหล่ะ  แล้วตัวผลิตภัณฑ์นี้ก็กื๊บเก๋อย่าบอกใครเชียว  เพราะเป็นต้นไม้ขนาดเล็ก  ที่บรรจุอยู่ในแคปซูล ขนาด 5 เซนติเมตร เท่านั้น  สามารถพกพา  baby tree  ไปได้ทุกที่ จำทำเป็นที่ห้อยโทรศัพท์มือถือ  พวงกุญแจ ห้อยเป็นสร้อยคอ หรือห้อยเก๋ๆ อยู่บนกระเป๋าถือก็น่ารัก

สำหรับวิธีการดูแลรักษาต้นไม้จิ๋ว  ก็เพียงแค่จุ่มตัวหลอดตรงช่วงปลายๆ  หลอดลงในถาดที่มีน้ำปริ่มๆ  แล้วทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที  ให้น้ำซึมซับผ่านเข้าไปเลี้ยงต้นไม้  โดยใน 1 เดือน ทำอย่างนี้ประมาณ 2 ครั้ง  เป็นอันใช้ได้  ต้นไม้จะเติบโตอยู่ในหลอดแก้ว  ประมาณ 2 ปี

ผลิตภัณฑ์คิดค้นโดย  David  biais  เจ้าของบริษัท  Katshu  อยูที่ประเทศฝรั่งเศส  สินค้าตัวนี้ดังอยู่ที่ฝรั่งเศส  มา 3  ปีแล้ว  และเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นได้  2 ปี  ปัจจุบันเริ่มเข้าสู่ตลาดอเมริกาและไทย  สำหรับบ้านเราหาซื้อได้ที่ Loft สยามดิสคัฟเวอรี่  และที่  Betrend  ดิ เอ็มโพเรียม  ราคาอยู่ที่  249.-  บาท

จากบทเรียนวิชา  การจัดการการตลาด  วิเคราะห์ธุรกิจนี้ได้ว่า

Segmentation             เป็นแบบ  Niche Marketing เป็นตลาดเฉพาะ เจาะจง  เป็น  Single – segment Concentration  เป็นธุรกิจที่ผลิตสินค้าเพียงชนิดเดียว  จำหน่ายไปยังลูกค้าเพียงกลุ่มเดียว  ทำให้ธุรกิจดำเนิน                                 อย่างประหยัดได้  Economics of Scale  ทั้งเรื่องการผลิต  การจัดจำหน่าย  การส่งเสริมการตลาด

Tarket Marketing         เป็นกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงาน  ที่ชอบความน่ารัก กุ๊กกิ๋ก และชื่นชอบธรรมชาติ

Positioning                 เป็นการสร้างสรรค์คุณค่า ในความแตกต่าง  ด้วยไอเดียที่บรรเจิด  ออกมาเป็น ต้นไม้พกพาได้

กลยุทธ์การตั้งราคา            เป็นแบบกุลยุทธ์ราคาเลขคี่




tHinattHar

  • บุคคลทั่วไป
Re: To: Executive MBA # 15 Sec.3
« ตอบกลับ #126 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 04:27:05 pm »
นางสาวฐิณัฐฐาร์   วีรยวรรชน  รหัสนักศึกษา  515740286-4

 :'(  ขอโทษนะคะที่ตอบช้า  เนื่องจากช่วงนี้ Busy แบบจัด-จัด เลยคะ  :'(

ขอแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับแนวโน้มทางการตลาดปัจจุบัน  ซึ่งจะเป็นของผู้ซื้อหรือบริโภคโดยแท้จริง เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค นักการตลาดต้องมองหาตลาดเฉพาะ (Niche Market) เพื่อเจาะเข้าทุกกลุ่ม เพื่อนำสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ไปสู่ตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ โดยไม่ลืมภูมิปัญญาไทยที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ตราสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในระดับภูมิภาคและโลก
ขณะนี้การตลาดของโลกส่วนหนึ่งหรือมากกว่าครึ่งหนึ่ง ซื้อขายกันอยู่บนอินเตอร์เน็ต ทำให้นักการตลาดต้องวิเคราะห์การตลาดจากข้อมูลการประมวลผลข้อมูลที่ออกมาจากทั้งอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ของพนักงานขาย (ที่แสดงรหัสของรายการสินค้า ในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ และทุกๆ เดือน) ซึ่งพนักงานขายสินค้าจะสั่งสินค้าด้วยระบบเทคโนโลยีอันทันสมัยจากคลังสินค้าที่ใกล้ที่สุดไปส่งให้ลูกค้า ซึ่งอาจอยู่ในบริเวณเดียวกัน หรือข้ามทวีป ดังนั้นต้องคำนึงถึงการให้ข้อมูลของสินค้าให้ผู้บริโภคทราบมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ คุณภาพต้องมาก่อนและราคาต้องย่อมเยาว์ เพราะลูกค้าสามารถทราบข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จากโทรศัพท์มือถือพกพา นอกจากนี้ นักวิเคราะห์การตลาดควรจะตระหนักดีว่าการวิเคราะห์วางแผนออกสินค้าตัวใหม่ๆ นั้น จะมีสมาคมคุ้มครองผู้บริโภคเข้ามาดูแลผลประโยชน์ของผู้บริโภค อีกทั้งกลุ่มองค์กร เอ็นจีโอต่างๆ ทั้งใน และนอกประเทศ ที่ตั้งเครือข่ายประสานงานเพื่อแลกเปลี่ยนรายงานข้อมูลในกรณีที่ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบ และเสียประโยชน์จากการซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขทางการค้าที่กำหนดโดยองค์การระหว่างประเทศ และประเทศคู่ค้า เช่น องค์การการค้าโลก (WTO) และการตัดต่อพันธุกรรมพืช เป็นต้น
เนื่องจากการแข่งขันทางการค้าทั้งภายในและต่างประเทศมีความรุนแรงมากขึ้นนักวิเคราะห์ การตลาดที่มีความสามารถและมีประสบการณ์ยังเป็นที่ต้องการขององค์กรธุรกิจ
ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการตลาด เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและสามารถใช้ทางด่วนข้อมูลข่าวสารได้ จะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอย่างมาก ในยุคของการก้าวเข้าสู่ธุรกิจ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

thawatchai

  • บุคคลทั่วไป
สวัสดีครับ อาจารย์และพวกเราทุกๆคน :D
ผมได้อ่านที่พวกเราเขียนมาสนุกดีและได้ความรู้ด้วยครับ  พอดีไปเจอเรื่องราวเกี่ยวกับเบียร์ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมและภาคอิสานเป็นฐานการตลาดที่ใหญ่มากๆ พอดีกับที่ บุษรา(นุ้ย) เขียนเกี่ยวกับเรื่องเบียร์พอดี ก็ขอถือโอกาสร่วมเสริมด้วยน่ะครับ แต่เป็นการมองย้อนกลับไปในช่วงที่เริ่มเปิดตัว อิสานเบียร์ลองอ่านดูน่ะครับ
*สิงห์เปิดตัวอิสานเบียร์
* สำหรับสิงห์ คอร์เปอเรชั่น รายได้ 30 เปอร์เซ็นต์มาจากภาคอิสาน อัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ 6
* จากการเก็บรวบรวมข้อมูลทางการตลาดของสิงห์ พบว่าอิสาน เป็นภาคที่มีการบริโภคเบียร์มากที่สุด กอรปกับปัจจัยสำคัยอีกเรื่องคือ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เป็นบริษัทเดียวที่มีโรงงานผลิตเบียร์ตั้งอยู่ในภาคอิสานคือ บริษัทขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด ที่จังหวัดขอนแก่น
* การผลิตเบียร์ท้องถิ่นของคนอิสาน ที่แต่เดิมอาจเป็นเพียงความคิด จึงเกิดเป็นรูปธรรม
" สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เปิดตัวอิสาน เน้นจุดขายเป็นผลิตภัณฑ์สุดยอดแห่งความภาคภูมิใจของคนอิสาน ที่คุ้มค่าคุ้มราคา ปูพรมกิจกรรมการตลาดทั้งภาค พร้อมสโลแกน เบียร์ของเฮา อิสานของเฮา
ทั้งนี้ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น มีเบียร์ในระดับราคาค่อนข้างต่ำอยู่แล้วคือ ลีโอ และไทเบียร์ โดยแต่ละแบรนด์มีบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกัน หลังจากทำการตลาดมานานพอสมควร ลีโอ ได้ขยับตำแหน่งทางการตลาดของตัวเองขึ้นไปอยู่ในระดับที่น่าพอใจ คือเป็นเบียร์ที่คนรุ่นใหม่ สามารถสั่งมาดื่มและวางบนโต๊ะได้อย่างไม่ขัดเขิน ขณะที่ไทเบียร์ เป็นเบียร์สำหรับชาวบ้าน การขยับตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่าเดิมของลีโอ ทำให้เกิดช่องว่างมากพอสมควรของกลุ่มเป้าหมาย ที่อยากจะดื่มเบียร์ระดับราคากลางๆ ระหว่างลีโอกับไทเบียร์อยู่ นอกจากนั้น จะพบว่า ยังไม่เคยมีผู้ผลิตรายใดเลยในประเทศ ที่ผลิตเบียร์สำหรับคนในภูมิภาคนั้นๆสู่ตลาดเลย จึงกล่าวได้ว่า เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับ ผู้ที่ก้าวเข้ามาเป็นคนแรก สันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า การพัฒนา และเกิดขึ้นของอิสานเบียร์ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด
หนึ่งในกลยุทธ์หลักที่ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ใช้มาตลอดคือ ต้องก้าวนำคู่แข่งเสมอ โดยหัวใจสำคัญที่จะทำได้เช่นนั้นคือความสามารถในการพัฒนาสินค้า ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม
สันติ กล่าวต่อไปอีกว่า ได้วางตำแหน่ง อิสานเบียร์ ให้เป็นกลุ่มเบียร์ที่คุ้มค่า คุ้มราคา โดยมุ่งเน้นสื่อสารความเป็นเบียร์แห่งความภูมิใจ ที่ถ่ายทอดบุคลิกที่น่าชื่นชมของชาวอิสาน ที่มีคุณสมบัติเด่นคือเป็นคนซื่อสัตย์ อดทน จริงใจไม่ยอมแพ้
สำหรับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นั้น อิสานเบียร์มีปริมาณแอลกอฮอร์ 4.7 ดีกรี แบบขวดขนาดใหญ่ 630 มล. ราคาขายส่ง 360 บาท/กล่อง และราคาเมื่อถึงมือผู้บริโภคจะอยู่ที่ประมาณ 3 ขวด 100 บาท
ในการทำตลาด ช่วงแรก อิสานเบียร์จะเน้นที่กลุ่มลูกค้าลูกอิสานขนานแท้ รวมถึงผู้ที่ชื่นชอบในรสชาติอาหารอิสาน เพราะ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น มั่นใจว่าอิสานเบียร์มีรสชาติเข้ากันได้ดีกับอาหารอิสานรสจัดทุกประเภท
ทั้งนี้ บริทได้ตั้งงบประมาณในการทำตลาดระยะแรกไว้ประมาณ 35 ล้านบาท และได้ทำการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปแล้ว 3 จังหวัดคือ อุดรธานี ขอนแก่น และสุรินทร์ "เราคาดว่า อิสานเบียร์ จะเป็นทางเลือกที่ตรงใจที่สุดของคนอิสาน โดยเราตั้งเป้าว่าภายใน 6 เดือนจะมีส่วนแบ่งทางการตลาด 3 เปอร์เซ็นต์ ของตลาดเบียร์โดยรวม" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ สรุป
อนาคตของอิสานเบียร์ เป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะกล่าวได้ว่าเป็นครั้งแรกที่มีเบียร์ของภูมิภาคนั้นๆ รวมทั้งเป็นเรื่องน่าสนใจอย่างยิ่งว่าเบียร์ หรือ สินค้าตัวต่อไป จาก สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จะเกิดขึ้นกับ segment ไหน เป็นสินค้าอะไร สำหรับกลุ่มเป้าหมายใด เมื่อมองจากแนวคิดการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดให้ได้อย่างมั่นคงเหนียวแน่นต่อไป
เป็นอย่างไรบ้างครับ ผมไม่ขอวิจารณ์โดยเอาหลักการต่างๆมาใช้ แต่จุดประสงค์คือเพื่อต้องการทราบว่า ใครมีข้อมูล ณ ปัจจุบัน บ้างว่า สถานการณ์ของอิสานเบียร์ มีสภาพเป็นอย่างไรบ้าง บางทีเอาเรื่องเก่าตอนที่ผลิตภัณฑ์จะเข้าตลาดมาศึกษาดูจากเวลา ณ ปัจจุบัน ผมคิดว่าก็จะทำให้เราทราบถึง มุมุมอง และวิสัยทัศน์ รวมถึงการคาดการ ของผู้บริหารด้วยว่าเมื่อเวลาผ่านมา สิ่งเหล่านั้นถูกต้อง หรือว่าแผนงานที่วางไว้นั้นเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ใครมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ช่วยแชร์ด้วยน่ะครับ ผมรออ่านอยู่ 
หมายเหตุ เรื่องนี้ถูกตีพิมพ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2550 ในนิตยสาร thaicoon ครับ
ธวัชชัย 515740292-9 ครับ

praedao

  • บุคคลทั่วไป
Re: To: Executive MBA # 15 Sec.3
« ตอบกลับ #128 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 05:25:40 pm »
พอดีนู๋แพรกำลังจะตัดสินใจซื้อกล้องใหม่น่ะค่ะ ด้วยเดิมทีมีกล้องตัวน้อยเป็นของcasio แล้วเลนส์มันเจ้ง(สงสัยแพรจะอ้วนคับจอไปหน่อย555+) ถามร้านซ่อมแล้วที่ศูนย์คิดราคาไม่มากมาย สี่พันค่ะ นู๋แพรเลยคิดว่า เย้ยยย ซื้อใหม่ดีกว่า ครั้นจะซื้อกล้องตัวโต แพรก็มีอยู่แล้วตระกูล Canon-EOS ใจอยากได้ sony แต่คุณแฟนบอกว่า เสียซ่อมแพงกว่า casio อีกซ้ำการ์ดก็ไม่เหมือนใครอีก บ่นไปบ่นมา เราเลยมาสรุปที่ร้านกล้องร้านนึงค่ะ ร้านนี้แหละค่ะพี่แพรจะกล่าวถึง
 
BIG CAMERA เป็น ศูนย์รวมกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพ ที่มีสินค้าให้เลือกมากที่สุดครบทุกความต้องการของลูกค้า เราจำหน่ายทั้ง กล้องดิจิตอล, เลนส์, อุปกรณ์ถ่ายภาพทุกชนิด, กล้องวีดีโอ และ เครื่องเล่นเพลง MP3 ด้วยแบรนด์ชั้นนำ อาทิเช่น Canon, nikon, Olympus, Sony, Fujifilm, kodak, Pentax, Panasonic, Ricoh, Brica, JVC, samsung เป็นต้น

BIG CAMERA เป็นผู้นำในธุรกิจการถ่ายภาพ เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 11 ปี มีสาขาที่เป็นรูปแบบร้านมาตรฐาน ให้บริการกว่า 140 สาขา ทั่วประเทศ ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิเช่น เซ็นทรัล, เดอะมอลล์, คาร์ฟูร์, บิ๊กซี, เทสโกโลตัส, และอื่นๆ

เพื่อตอบสนองครบทุกความต้องการของลูกค้า BIG CAMERA จึงเน้นรูปแบบการให้บริการ ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา    
       1.บริการ รับซ่อมกล้อง     2.บริการ ให้คำปรึกษา ด้านผลิตภัณฑ์ถ่ายภาพ    3.บริการ ล้าง อัด ภาพ ด้วยระบบดิจิตอล (ให้บริการแล้ว 37 สาขา)   4.บริการหลังการขาย    

บิ๊ก คาเมร่า คือเครือข่ายร้านจัดจำหน่ายกล้องดิจิตอลชั้นนำของประเทศไทย โดยเป็นร้านจำหน่ายกล้องที่มีร้านสาขาเพื่อการจัดหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และเป็นร้านจำหน่ายกล้องที่มีสินค้าและอุปกรณ์เพื่อการถ่ายภาพให้เลือกใน จำนวนที่มากที่สุดเพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตัวของเครือข่ายร้านค้าและวางรากฐาน เพื่อพัฒนาภาพลักษณ์ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจการจัดจำหน่ายกล้อง ดิจิตอล อันดับหนึ่งของประเทศไทย (จากยอดการจำหน่ายกล้องในร้านของผู้แทนการค้ากล้องชั้นนำที่มีวางจำหน่ายใน ประเทศ) บิ๊ก คาเมร่า จึงได้มีการพัฒนาและปรับปรุงภาพลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อสะท้อนความเป็นมาตรฐานในสินค้าและบริการ และเพื่อตอบรับการแข่งขันในภาคธุรกิจ

ภาพลักษณ์ใหม่ คือการเพิ่มความสดใส ความมีชิวิตชีวา และสะท้อนบุคลลิคใหม่ในธุรกิจ โดยมีการนำสัญญลักษณ์รูปผีเสื้อ มาใช้ในการสื่อความหมาย เพื่อให้แสดงถึงความหลากหลายของสินค้าที่มีวางจำหน่ายภายในร้าน ความเป็นอิสระของลูกค้าที่สามารถเลือกได้โดยไม่มีขีดจำกัด และยังแสดงให้เห็นความประณีตละเอียดอ่อน และความจริงใจในการให้บริหาร

สัญญลักษณ์รูปผีเสื้อ ที่นำมาใช้สื่อในตราสัญญลักษณ์ จะเป็นรูปแบบใหม่ และแนวทางใหม่ของการออกแบบตราสัญญลักษณ์ เนื่องจากเป็นการใช้ตราสัญญลักษณ์ที่มิได้เจาะจงในรูปบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่ผีเสื้อในตราสัญญลักษณ์ใหม่ จะเป็นตราสัญญลักษณ์ที่มีลักษณะการเกาะของผีเสื้อที่แตกต่างกันในหลายๆ ท่วงท่าอริยาบท ทั้งนี้เพื้อให้เหมาะกับการใช้งาน และยังสะท้อนความมีอิสระ ไม่มีขีดจำกัดในการเลือกใช้ และทำให้ตราสัญญลักษณ์ดูแปลกตา และโดดเด่นเป็นที่จดจำของผู้บริโภค

และสำหรับสัญญลักษณ์รูปผีเสื้อ ยังแสดงให้เห็นความสุขของนักถ่าพ และช่างภาพที่นิยมชมชอบในการถ่ายภาพของธรรมชาติที่สดใส มีชีวิต และมักปรกกฎพบเห็นรูปผีเสื้อในธรรมชาติ ในอัลบั้มภาพถ่ายของผู้รักการถ่ายภาพทั่วไป เพราะภาพผีเสื้อ คือ การบันทึกช่วงเวลาของธรรมชาติ ให้เห็นถึงมหัศจรรย์ของสีสัน และแสดงถึงใจที่รักในการถ่ายภาพ ซึ่งมีในคนรักกล้องทุกคน

ภาพลักษณ์ใหม่และตราสัญญลักษณ์ใหม่ชองบิ๊ก คาเมร่า จะเริ่มปรากฎให้เห็นในร้านค้าในสาขาต่างๆ ในการตกแต่งและในสื่อต่างๆ ทั้งนี้โดยได้เริ่มทยอยปรับเปลี่ยนในสาขาหใหม่ และสาขาต่างๆ ของบิ๊ก คาเมร่า รวมถึง บิ๊กโปร คาเมร่า ร้านจำหน่ายกล้องและอุปกรณ์กล้องสำหรับมืออาชีพ ที่ได้เริ่มเปิดให้บริการแล้ว

บทวิเคราะห์ Big Camera
Identify Target-Market
       Segment  : กลุ่มคนรักกล้องถ่ายรูปและสนใจกล้องถ่ายรูป
       Targeting : กลุ่มลูกค้าที่เป็น Consumer Group ซึ่งมักจะเดินตามห้างสรรพสินค้าหรือ Hyper Market ต่างๆ
       Positioning : ถ้าคุณต้องการกล้องหรืออุปกรณ์กล้องที่มีคุณภาพคุณสามารถมาที่นี่ได้ที่เดียว

4 P's
       Product : ตัวของสินค้าคือ กล้องและอุปกรณ์กล้อง
       Price : มีหลายราคาให้เลือกมีบริการทั้งรับบัตรเครดิตหรือระบบผ่อนชำระไม่ว่าจะเป็น AEON, Firstchoice, Cetelem
       Place : ช่องทางการจัดจำหน่าย  จำหน่ายในตลาดโมเดิร์นเทรด เช่น มีคาร์ฟูร์ที่ไหนต้องเห็นร้านนี้ที่นั่น, เทสโก้,บิ๊กซี รวมถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ
       Promotion : การส่งเสริมการตลาด ทั้งโฆษณา รวมถึงใบปลิวที่มักจะแจกกันหน้าห้างต่างๆหรือแทรกในใบปลิวของร้านค้าเช่น โบชัวร์ของเทสโก้ ข้างในก็จะมีโบชัวร์ร้านนี้แทรกอยู่ ในเวบไซด์

ว่าแล้วแพรก็จะไปซื้อกล้องในวันนี้ดีกว่า เอารุ่นไหนดีล่ะเพื่อนๆ นู๋แพรต้องใช้กล้องในงานแต่งงานเสาร์นี้ ลั๊นลา...ลั๊นลา

นู๋แพร สัญญ์ตรา จดจำ 515740335-7
praedao@hotmail.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 14, 2009, 05:28:38 pm โดย praedao »

wimollada

  • บุคคลทั่วไป
Re: To: Executive MBA # 15 Sec.3
« ตอบกลับ #129 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 07:03:35 pm »
นางสาว วิมลดา  จึงตระกูล  รหัส 515740165-6  Ex # 15 Sec 3

   ดิฉันได้อ่านเจอข่าวกลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่ของการขายคอนโดมิเนียม  คิดว่าน่าสนใจเลยนำมาแชร์ให้เพื่อนๆพี่ๆได้อ่านกันค่ะ  เป็นข่าวของบริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน)  เปิดโมเดลกลยุทธ์การตลาดยุคใหม่   ที่ดึงเรื่องบันเทิง กีฬา ดารา แฟชั่น มาขายบ้านค่ะ

ไรมอนแลนด์..แบรนดิ้ง ลักซ์ชัวรี่อีเวนต์...ขายคอนโดฯ
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า  "กีฬา-ดารา-แฟชั่น".. จะมาเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการขายคอนโดมิเนียม สินค้าสุดหรูราคาแพงได้ยังไง เพราะดูเหมือนถนนสามสายนี้ ควรจะเดินกันคนละทางชัดเจน แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ ในยุคที่การตลาดต้องสร้างความแตกต่าง และต้องผสมผสานเป็นหนึ่งเดียว สร้างการรับรู้สู่กลุ่มเป้าหมายให้ได้ในทุกช่องทาง

เรื่องบันเทิงและกิจกรรมสีสัน ที่ดูผิวเผินไม่ใครจะไปกันได้นัก กับการขายสินค้าราคาแพงระดับคอนโดฯไฮเอนด์ ที่สนนราคาต่อยูนิตไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป แต่เมื่อนำมาผนึกเป็นกิจกรรมการตลาด ที่เน้นเรื่องการสร้างแบรนด์ สร้างภาพพจน์ที่เข้าถึงคนอีกกลุ่มได้อย่างแนบเนียนแล้ว กิจกรรมการตลาดที่ดึงดารานักร้อง และเรื่องราวของวงการแฟชั่น  มาช่วยสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ก็ดูเป็นไปได้อย่างกลมกลืน

เห็นได้ชัดจากกิจกรรมตลาดล่าสุดของ บมจ.ไรมอนแลนด์ ที่ปูพรมมาตั้งแต่กลางปี ด้วยการเข้าเป็นสปอนเซอร์หลักการแข่งขันรายการ  เรียลลิตี้โชว์ “ซูเปอร์สตาร์... ที่สุดแห่งดาว” ทางช่อง9 อสมท ที่ปิดฉากไปแล้วเมื่อปลายเดือนต.ค.ที่ผ่านมา จากผู้แข่งขัน 14 คน ที่เข้ามาใช้ชิวิตเพื่อการแข่งขันในคอนโดฯหรู "เดอะล็อฟท์ เย็นอากาศ" ของไรมอนแลนด์ ที่สามารถนำเสนอผ่านรายการตลอดหลายสัปดาห์ในช่วงการแข่งขัน

กระทั่งสิ้นสุดรายการ ได้มอบรางวัลห้องชุดหรูขนาด 2 ห้องนอน ในโครงการเดอะล็อฟท์ เย็นอากาศ มูลค่า 10 ล้านบาทให้แก่ผู้ชนะคือ "กอล์ฟ- อัครา อมาตยกุล" ไปแล้ว

ไนเจิล คอร์นิค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การสนับสนุนรายการซูเปอร์สตาร์ นับเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่ ไรมอน แลนด์ ใช้สร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าชาวไทย ซื้อคอนโดฯระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้น เพราะก่อนหน้านี้กิจกรรมที่ไรมอนแลนด์ให้การสนับสนุนต่อเนื่องมาทุกปี คือการแข่งขันเรือใบ คิงส์คัพรีกัตต้า ที่ภูเก็ต ทำให้การรับรู้ของแบรนด์ไรมอนแลนด์ ชัดเจนในกลุ่มลูกค้าต่างชาติมาโดยตลอด   

นอกจากกิจกรรมนี้แล้ว "ไรมอนแลนด์" ยังได้จัดงาน “ไรมอน แลนด์ คอร์ปอเรทโชว์เคส” ที่ดิ เอ็มโพเรียม และร่วมสนับสนุน เทศกาลดอกไม้ที่โรงแรม ปาร์ค นายเลิศ ทั้งสองกิจกรรมนี้ก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ที่ไรมอนแลนด์นำมาใช้เช่นเดียวกัน

อีกกิจกรรมที่ไรมอนแลนด์ ให้การสนับสนุน คือ การเข้าเป็นสปอนเซอร์ร่วมงานแสดงแฟชั่นโชว์ในต่างชาติที่เป็นลูกค้าเป้าหมายใหม่ คือรัสเซีย ด้วยงาน "Russian Fashion Week" ที่กรุงมอสโกเมื่อปลายเดือนต.ค.ที่ผ่านมา เป็นการเข้าไปสนับสนุนเป็นปีแรก

ผู้บริหารไรมอนแลนด์ ย้ำว่ากิจกรรมนี้ เป้าหมายหลักคือ ต้องการสร้างชื่อ ไรมอนแลนด์ ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มสังคมชั้นสูงของรัสเซีย ซึ่งเป็นฐานตลาดเดียวกับงาน Russian Fashion Week แม้การไปร่วมงานปีแรกยังไม่อาจประเมินผลได้ แต่ก็เชื่อว่าชื่อของไรมอนแลนด์ ในตลาดเป้าหมายใหม่รัสเซีย จะเป็นที่กล่าวถึงและคุ้นหูค้นตามากขึ้น แบบค่อยเป็นค่อยไป


jimhandsome

  • บุคคลทั่วไป
Re: To: Executive MBA # 15 Sec.3
« ตอบกลับ #130 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 08:46:04 pm »
นาย เฉลิมชัย รัฐศาสตร์วาริน 515740280-6 EX 15 SEC 3  จิมมี้ครับ
สวัสดีครับ เพื่อนๆ พี่ๆ ไม่มีน้องสักคนนะครับ ผมพึ่งเข้ามาครั้งแรกครับ พวกเพื่อนคงสงสัยไม่เห็นผมโพทสักที เนื่องจากผมเป็นเอาจริงเอาจัง ก็เลยจะเอาแต่ทำจริงๆอย่างเดียว จริงๆไม่รู้จะโพทเรื่องอะไรครับ และจากการสังเกตการณ์เพื่อนๆมาหลายวันแล้ว อ่านจนผมอยากนอน สุดท้ายผมก็เห็นข้อความในมือถือว่าture move ได้กรรมสิทธิในการขาย iphone ในประเทศ ขายเครื่องละ 23,000 บาท ก็เลยเกิดหัวข้อขึ้นในสมองได้เนื่องจากเสียดายเงินที่ซื้อ 28,000 บาท แต่ตัวเองก็ภูมิใจที่ใช้ iphone ครับ เพราะใช้แล้ว เท่มาก เลยอยากทำ เรื่อง iphone เริ่มเลยนะครับ  เอาจริงๆแล้ว

Iphone

วิเคราะห์ 4 Ps

1.Product
   เป็นผลิตภัณฑ์มือถือที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการมือถือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกมาเพื่อ change the world โดยเป็นคอมพิวเตอร์และมือถือในรูปของมือถือซึ่งมีขนาดเล็ก ซึ่งทำให้เราไม่ต้องพกพาคอมพิวเตอร์ซึ่งพกพายากเนื่องจากมีขนาดใหญ่ รูปทรงทันสมัย ใช้ง่าย ใช้ระบบสัมผัสแบบ touch screen เข้าถึงฟังชั่นต่างๆง่ายมากเพียงแค่สัมผัส

2.Price 
   ราคาของ iphone อยูในระดับราคาสูงเมื่อเทียบกับมือถือรุ่นเดียวกัน  (รุ่นสูงสุดของมือถือแล้ว ) คือราคา 8 GB = 499 ดอลลาร์ ราคา 16 GB = 599 ดอลลาร์  เพื่อจะบอกให้รู้ว่า iphone เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเบอร์ 1 ของตลาด แต่การที่ราคาแพงก็ยังมีคนต้องการมามายเนื่องจาก ผลิตภัณฑ์ iphone นี้ไม่สามารถใช้ราคาเป็นตัวเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นได้เพราะผู้ซื้อมือถือคิดถึงเรื่องแบนด์มากกว่ามือถือ ทำให้คนยังเลือกซื้อ iphone เพราะมีความต้องการลึกลับที่ใช้ตัดสินใจในการซื้อ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่อยู่เหนือการตัดสินใจบนความแท้จริงของการอยากได้โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่สักเครื่องหนึ่ง

3.Place
   จัดจำหน่ายเฉพาะร้านของบริษัทที่ได้กรรมสิทธิ์ในการเป็นตัวแทน อาทิ ร้าน AT$T ของอเมริกา และตามตัวแทนของประเทศต่างๆที่ iphone ให้กรรมสิทธิ์  หรือร้านของ iphone เอง คือ Ipod  ซึ่งจะไม่ขายตามที่อื่นๆ เพราะเพื่อเป็นการยกระดับและใครที่ต้องการ iphone จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มุ่งหวังต้องการ iphone จริงๆ (เป็นสาวกของ iphone) ซึ่งจะตัดสินใจเลือกซื้อแต่ iphone อย่างเดียว

4.Promotion
   จะมีการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆแต่ไม่มากเท่ามือถือยี่ห้ออื่นๆ  แต่จะใช้การ mouth to mouth คือใช้การโฆษณาโดยการบอกต่อจากปากคนหนึ่งไปอีกปากคนหนึ่ง ซึ่งมีอิทธิพลต่อการสร้างแบรนด์ที่อยู่ในใจของผู้บริโภคที่ให้ผลมากกว่าการโฆษณาหลายเท่า (เนื่องจากiphone เป็นผลิตภัณฑ์ของ บริษัท apple ซึ่งคนยอมรับมากในยี่ห้อ apple นี้ ) ซึ่ง iphone รับไปเต็มๆ เพราะ 85เปอร์เซนต์ของผู้ใช้ iphone จะบอกอย่างเต็มใจอย่างมากถึงอย่างมากที่สุดที่จะแนะนำ iphone ให้กับคนอื่นๆ

วิเคราะห์ swot

1.S=strength

1.รูปลักษณ์สวย
   บริษัทเทคโนโลยีขั้นสูงส่วนใหญ่ไม่ค่อนสนใจเรื่องการออกแบบอย่างจริงจัง แต่แอปเปิลมองว่าการออกแบบที่ดีสำคัญพอกับการมีเทคโนโลยีที่สมบูรณ์ เพราะต่อให้มีคุณสมบัติเป็นเลิศแต่ใช้แล้วไม่เท่ ก็ทำให้ผู้ใช้ลดความสนใจในตัวสินค้าได้ง่าย ๆ

2. ไวต่อการสัมผัส ทัชสกรีน
   หรือหน้าจอแบบสัมผัส ไม่ใช่สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นพร้อม iPhone แต่ iPhone คิดวิธีการจัดการกับหน้าจอสัมผัสได้ถูกใจผู้ใช้ และทำให้การจัดการข้อมูลบนเครื่องได้ด้วยนิ้วมือ โดยการพัฒนาระบบสัมผัสเป็นประเด็นหลักที่วิศวกรของแอปเปิลเชื่อว่าจะเป็นวิถีที่คนเราจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์

3.iPhone ช่วยพัฒนาวงการมือถือ
   การพัฒนา iPhone ไม่เหมือนการผลิตคอมพิวเตอร์ที่แอปเปิลพัฒนาทุกอย่างเอง แต่ครั้งนี้ แอปเปิลทำข้อตกลงกับ AT&T ให้รับภาระสร้าง iPhone โดยปราศจากขอบเขตต่างจากเดิมที่เจ้าของมือถือแบรนด์อื่นมักจะหาคนขอบบอกว่าอะไรทำได้หรือห้ามทำ ซึ่งนี่จะเป็นแนวทางให้วงการมือถือพัฒนาดีขึ้น

4. iPhone เป็นฮาร์ดแวร์
   iPhone เหมือนคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่มากกว่าเป็นแค่โทรศัพท์มือถือ ทำให้คนดูคอนเทนต์บนคอมพิวเตอร์ได้ทุกเวลาที่ต้องการ และทำให้ข้อมูลถูกใช้ได้เมื่อต้องการจริงๆ เช่น การดูแผนที่ของกูเกิลบนมือถือ ซึ่งใช้ประโยชน์ได้มากกว่าดูผ่านจอคอมพิวเตอร์ เพราะคนส่วนใหญ่ต้องการแผนที่ระหว่างเดินทางมากกว่า ตอนอยู่ที่บ้านหรือที่ทำงาน

5. iPhone เป็นแค่บนเริ่มต้นของเทคโนโลยีแห่งอนาคต
   หรือที่บางคนบอกว่าเป็นแค่เงา ส่วนนี้เป็นการตีความจากพื้นที่เหลือบนหน้าจอ iPhone ซึ่งเชื่อว่าความสามารถของ iPhone จะถูกต่อเติมได้อีกไม่สิ้นสุดใน iPhone รุ่นต่อๆ ไป

2. W=weakness

          1. iPhone ไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ (เปลี่ยนได้ยาก)
          2. iPhone ไม่สามารถเชื่อมต่อ GPS เพราะไม่ได้ออกแบบกับ GPS
          3. iPhone ไม่มี Expand memory สำหรับการเชื่อมต่อ Card ภายนอก
          4. iPhone ไม่สามารถถ่ายรูปได้ขณะกลางคืนเนื่องจากไม่มีแฟลช

3.O=Opportunity

   Iphone ยังมีโอกาสโตไปอีกในตลาดข้างบน ( ตลาดผู้บริโภคราคาสูง) เนื่องจากเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ยังหาใครทำผลิตภัณฑ์เหมือน iphone ถึงแม้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์เหมือนได้ ( มีนวัตกรรมได้เท่ากัน ) แต่ band iphone นั้น เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ผู้บริโภคยังแสดงถึงความจงรักภักดีต่อแบนด์นี้ ซึ่งเป็นความรู้สึกเหนือการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นนอกจาก iphone จากข้าบนในเรื่องราคา

4.T=threat

   อุปสรรคของ iphone มาจากตัวเอง คือ เนื่องจาก iphone เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคมองว่าเป็นสินค้าที่มีความทันสมัยตลอดเวลา เป็นผู้นำของวงการคอมพิวเตอร์และมือถือ ซึ่งด้วยสาเหตูทำให้ iphone ต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยก่อนใครเสมอ เพื่อที่จะได้เป็นผู้นำของผลิตภัณฑ์ซึ่งจะเห็นได้จากการที่มี นวัตกรรมใหม่ๆออกมาก่อนเสมอ ซึ่งถ้าวันใด iphone ไม่สามารถหานวัตกรรมใหม่ออกมาก่อนได้  ก็จะทำไห้เสียความเป็นผู้นำ และทำให้สิ่งที่ตัวเองสร้างมาเสียไป


วิเคราะห์ STP concept

1.Market Segmentation  เป็นตลาดแบบ niche marketing คือ เป็นตลาดแบบเจาะจง คือเลือกกลุ่มผู้หญิงและผู้ชายที่อยู่อายุประมาณ 20-50 ปี เป็นคนที่ต้องมีงานทำแล้ว และมีรายได้อยู่ระดับหนึ่งไม่อดอยาก ถ้าประมาณคงสัก 25,000 บาท ขึ้นไป

2.Market Targeting กลุ่มวัยรุ่น ที่มีความคิดทันสมัย อยากก้าวทันในยุคเทคโนโลยี

3.Market Positioning เป็นคนทันไฮเทคโนโลยี มีความทันสมัย  มีความคิดสร้างสรรค์และก้าวหน้า


เหนื่อยจริงๆพิมพ์ตั้งนานกว่าจะเสร็จ คราวนี้ผมพูดถึงผลิตภัณฑ์ iphone คราวต่อไป ผมมาพูดถึง iphone กับ ture muve ต่อไปนะครับ จองแล้ว ห้ามเอาด้วย

NidnoI

  • บุคคลทั่วไป
Re: To: Executive MBA # 15 Sec.3
« ตอบกลับ #131 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 08:47:49 pm »
 ;D สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทานข้าวกันรึยังคะ..
วันนี้ขออนุญาตมาแชร์เกี่ยวกับการวิเคราะห์ทางการตลาด ของธนาคารกรุงไทยนะคะ (หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนๆๆจะยังไม่เบื่อธนาคารกรุงไทยนะคะ)
ธนาคารกรุงไทย จำกัด เริ่มเปิดดำเนินการครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2509 โดยการควบกิจการของธนาคารเกษตร จำกัด และธนาคารมณฑล จำกัด ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งคู่ เข้าเป็นธนาคารเดียวกันตามนโยบายของรัฐบาล และได้ใช้ชื่อใหม่ว่า "ธนาคารกรุงไทย จำกัด" ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า "Krung Thai Bank Limited" ใช้สัญลักษณ์ "นกวายุภักษ์" ซึ่งเป็นเครื่องหมายของกระทรวงการคลัง เป็นสัญลักษณ์ประจำของธนาคารจนถึงปัจจุบัน ในระยะแรกของการก่อตั้งธนาคารกรุงไทย จำกัด ได้ใช้สถานที่สำนักงานใหญ่ของธนาคารเกษตร จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ ถนนเยาวราช เป็นที่ทำการสำนักงานใหญ่ และมีสาขารวม 81 แห่ง พนักงาน 1,247 คน สินทรัพย์รวม 4,582.10 ล้านบาท และทุนจดทะเบียน 105 ล้านบาท
   วัตถุประสงค์ของการรวมธนาคารทั้งสองเพื่อให้เป็นธนาคารของรัฐ ที่มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง สามารถคุ้มครองผู้ฝากเงิน และบริการลูกค้าได้กว้างขวางขึ้น ตลอดจนสามารถ อำนวยประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้มากขึ้นด้วย ผลการดำเนินงานของธนาคาร ได้ขยายตัวเติบโตขึ้นมาเป็นลำดับ ทำให้อาคารสำนักงานใหญ่เดิมคับแคบไม่สะดวก และไม่คล่องตัว ในการปฏิบัติงาน ธนาคารจึงได้ย้ายที่ทำการสำนักงานใหญ่มาตั้งอยู่ ณ อาคารเลขที่ 35 ถนนสุขุมวิท เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2525 และได้ใช้เป็นที่ทำการสำนักงานใหญ่มาจนถึงปัจจุบัน
   ต่อมาเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2530 ธนาคารกรุงไทยได้รับโอนสินทรัพย์และหนี้สินของธนาคารสยาม จำกัด มาบริหารตามนโยบายของกระทรวงการคลัง เนื่องจากการดำเนินธุรกิจของธนาคารสยาม มีปัญหาหลายด้านที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น หลังจากการรวมกับธนาคารสยาม จำกัด แล้วธนาคารกรุงไทยจะกลายเป็น ธนาคารพาณิชย์ของรัฐเพียงแห่งเดียว มีสินทรัพย์มากเป็นอันดับสองของประเทศ สามารถจะสนองตอบนโยบาย การเงินการคลังของประเทศ และสามารถแสดงบทบาทความเป็น "ธนาคารนำ" ได้
วิสัยทัศน์ (Vision) : ธนาคารแสนสะดวก (The Convenience Bank) สำหรับลูกค้ารายย่อย ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และสถาบัน
พันธกิจ (Mission) : เป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศที่มุ่งเน้นการให้บริการที่เป็นเลิศ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างยั่งยืน ส่งเสริมการสร้างทุนทางปัญญาและยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
สัญลักษณ์ธนาคาร
การใช้รูปนกวายุภักษ์เป็นสัญลักษณ์ของธนาคาร นอกจากจะมีความหมายว่า เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังแล้ว ยังมีความหมายที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของธนาคาร คือ มีคำพังเพยที่เกี่ยวกับนกวายุภักษ์ว่า เป็นนกที่ "กินลม แต่ไข่เป็นทอง" หมายถึง การประกอบธุรกิจของธนาคาร เป็นการขายสินค้าประเภทบริการ ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่มีรูปร่างเป็นตัวตน เปรียบเหมือนการ "กินลม" แต่การดำเนินธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ส่งผลสะท้อนกลับไป เป็นประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติโดยส่วนรวม ในรูปแบบต่าง ๆ ก็เปรียบเสมือน "ไข่เป็นทอง"
สี: เลือกสีน้ำเงินเป็นสีหลัก เป็นสีเดิม โดยเพิ่มสีเขียวมิ้นต์ และสีฟ้าเข้ามาตัด โดย 3 สีนี้ ได้สื่อความหมาย ดังนี้
   -สีน้ำเงิน .แสดงถึง การดำเนินธุรกิจด้วยความมั่นคง
   -สีฟ้า แสดงถึง ความกว้างขวางยิ่งใหญ่
   -สีเขียว แสดงถึง ความใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

การวิเคราะห์ STP
1.การแบ่งกลุ่มทางการตลาด (Segmentation)
แบ่งตามผู้รับบริการ
- ผู้รับบริการส่วนใหญ่เป็นภาครัฐ
แบ่งตามความหลากหลายของผลิตภัณฑ์
- สินเชื่อเพื่อการศึกษา และสวัสดิการข้าราชการ
2.กลุ่มเป้าหมายทางการตลาด (Targeting)
จากนโยบายด้านการตลาดของธนาคารที่คำนึงถึงลูกค้าเป็นหลัก (Customer Oriented)  จึงได้แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 7 กลุ่ม  โดยพิจารณาจากความต้องการและพฤติกรรมการใช้บริการเป็นหลัก  เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างสรรค์วิธีบริการให้ตรงกับแต่ละกลุ่มลูกค้า  รวมทั้งกำหนดหน่วยงานให้รับผิดชอบดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน  โดยเน้นประสิทธิภาพในการบริการ  และการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาเสริม  ทั้งนี้ลูกค้าทั้ง 7 กลุ่ม ประกอบด้วย
 ก.กลุ่มประชาชนระดับฐานราก
 ข.กลุ่มนักเรียน  นิสิต  นักศึกษา
 ค.ประชาชนทั่วไป
 ง.ผู้นับถือศาสนาอิสลาม
 จ.SMEs
 ฉ.ธุรกิจขนาดใหญ่
 ช.หน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจ
3.ตำแหน่งทางการตลาด (Positioning) :  “ Convenience  Bank ” ธนาคารแสนสะดวก
   
             การที่ธนาคารกรุงไทยมีเป้าหมายสู่การเป็น Convenience  Bank    จึงมีความจำเป็นที่ต้องสร้างสรรค์บริการที่หลากหลาย  เพื่อตอบสนองให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม   อีกทั้งยังต้องขยายช่องทางบริการให้ครอบคลุมและสะดวกต่อการเข้ามาใช้บริการด้วย ทั้งนี้จากเป้าหมายดังกล่าวนำมาสู่การกำหนดกลยุทธ์ของธนาคาร ในปี 2546  ซึ่งสามารถกล่าวโดยสรุปได้ ดังนี้
   ก.แบ่งลูกค้าออกเป็นกลุ่ม (Segmentation)  และนำเสนอผลิตภัณฑ์/บริการให้ตรงกับความต้องการและพฤติกรรมการใช้ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
   ข.ปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์/บริการ  และใช้กลยุทธ์และสื่อสารการตลาดแบบผสม (Integrated  Marketing Communication)   ในการนำเสนอให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย
   ค.แบ่งหน่วยงานภายในให้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลการให้บริการแก่ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
   ง.ใช้สาขาที่กระจายครอบคลุมทั่วประเทศ  ซึ่งเป็นจุดแข็งของธนาคาร  เป็นช่องทางในการขยายผลิตภัณฑ์/บริการทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ โดยเร่งให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์  จัดทำสื่อสนับสนุนการขายให้สาขาและหน่วยงานขาย
   จ.พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารข้อมูลทางการตลาดและการขายที่สำคัญ
   ฉ.พัฒนาช่องทางการขายอื่น ๆ  เข้ามาเสริมนอกเหนือจากสาขา
   ช.เร่งสร้างภาพลักษณ์ที่ดี  เพื่อให้ลูกค้าเกิดการยอมรับในองค์กรยินดีใช้บริการ  และมี  Brand Loyalty

การวิเคราะห์ 4Ps   
ในรอบปีที่ผ่านมาธนาคารมุ่งเน้นการให้บริการแก่กลุ่มลูกค้ารายย่อยเป็นหลัก  ดังนั้นกิจกรรมด้านการจัดจำหน่ายและการส่งเสริมการขายจึงมุ่งไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง  ซึ่งนอกจากจะจูงใจให้ลูกค้าเก่าใช้บริการอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมุ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ไม่เคยใช้บริการของธนาคารให้หันมาใช้บริการต่าง ๆ ของธนาคารด้วย
1.Products (ผลิตภัณฑ์) รูปแบบของผลิตภัณฑ์ของแต่ละธนาคารไม่น่ามีอะไรที่แตกต่างกันมากนัก อยู่ที่ว่าธนาคารนำเสนอและสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ก่อน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่จะโดนใจลูกค้านั้นควรที่จะแปลกแต่สามารถนำๆปใช้ได้จริง ,คุ้มค่า เป็นต้น สำหรับผลิตภัณฑ์ของธนาคารกรุงไทยที่กำลังเป็นที่สนใจตอนนี้ คือ
      - KTB Pocket Banking ออกแบบให้ผู้ใช้บริการสามารถจัดการเรื่องการเงินต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ผ่านรูปแบบ Iconที่เป็น Menu Base บนมือถือ ด้วย Graphic สวยงาม  ทันสมัย  จึงใช้งานง่าย  ไม่ต่างจากการใช้โทรศัพท์
      - KTB Online เป็นบริการผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ให้บริการกับลูกค้ารายบุคคลธรรมดาในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน www.ktb.co.th เลือกบริการ KTB Online ที่อำนวยความสะดวกในการสอบถาม หรือเรียกดูข้อมูลด้านบัญชี และข้อมูลด้านธุรกิจต่างๆ รวมทั้ง การทำรายการด้านบัญชี และบริการอื่นๆ
2.Price (ราคา) การแข่งขันด้านราคาของแต่ละธนาคารค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากการลงทุนยังขยายตัวในระดับต่ำ ความต้องการสินเชื่อจึงถูกจำกัดอยู่ในกลุ่มการบริโภคส่วนบุคคล  ธนาคารจึงต้องใช้ราคามาเป็นกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่อยู่ในระดับต่ำมากใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
3.Place (ช่องทางการจำหน่าย) ธนาคารคงใช้สาขาที่กระจายครอบคลุมอยู่ทั่วประเทศกว่า 600 สาขา     เป็นเครือข่ายให้บริการและทำการตลาดทั้งเชิงรุกและเชิงรับ   โดยทำการปรับเปลี่ยนที่ทำการให้เหมาะสม  ทั้งการปรับรูปแบบหน้าอาคารให้สวยงามสดใส และมีเอกลักษณ์มากขึ้น   การปรับย้ายสถานที่ตั้งให้สะดวกต่อการให้บริการและการเดินทางของลูกค้า  การเพิ่มบริการที่หลากหลายครบถ้วน  การปรับปรุงกระบวนการให้บริการได้รวดเร็ว  รวมทั้งการขยายเวลาทำการที่สาขาเพิ่มขึ้นอีก 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะในด้านการให้บริการตามหลักศาสนาอิสลาม  ธนาคารได้ขยายสาขาเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ  เพื่อรองรับความต้องการของพี่น้องชาวมุสลิมกว่า 8 ล้านคนทั่วประเทศ
   นอกจากนี้ธนาคารยังได้พัฒนาช่องทางให้บริการใหม่ ๆ โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย  เข้ามาผสมผสาน  เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการดำรงชีวิต (Life Style) ของคนไทยที่เปลี่ยนไป  มีความคุ้นเคยกับอุปกรณ์เครื่องมืออำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ดังนี้ :
            - นำระบบ New Core Banking เข้ามาใช้แทนระบบงานปัจจุบัน เพื่อให้ธนาคารมีระบบงานหลักที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบต่าง ๆ เช่น ระบบเงินฝาก  ระบบสินเชื่อ  ระบบงานบัญชี  ระบบข้อมูลลูกค้าเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถนำเสนอบริการต่าง ๆ ให้กับลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง    รวมทั้งเป็นระบบที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการทางการเงินที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า  
            -จัดทำระบบ Contact Center ขึ้นเพื่อให้ระบบการให้บริการแก่ลูกค้าเป็นระบบ One-Stop Service และเพิ่มช่องทางการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างครบวงจร
            -IT Infrastructure & Support ได้มีการวางแผนโครงสร้าง IT Architecture เพื่อรองรับความต้องการทางธุรกิจ และการแข่งขันในอนาคตของธนาคาร  รวมทั้งดำเนินการปรับปรุงระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับปริมาณงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  โดยได้ดำเนินการในด้านต่าง ๆ ได้แก่ จัดทำ Data Warehouse เพื่อเป็นคลังข้อมูลทั้งหมดขององค์กร  ซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลกลาง และใช้เป็นฐานข้อมูลในระบบ Decision Support System และ Executive Information System การปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องเมนเฟรม ตลอดจนการขยายขีดความสามารถของระบบสื่อสารข้อมูลเพื่อเป็นการรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น
            -บริการเอทีเอ็ม ธนาคารนับเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกที่เปิดให้บริการเอทีเอ็มครบทุกจังหวัดในประเทศไทย โดยเครือข่ายเอทีเอ็มของธนาคารถือเป็นเครือข่ายเอทีเอ็มที่ใหญ่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งในประเทศไทย โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2546 ธนาคารมีเครื่องเอทีเอ็มไว้ให้บริการแก่ลูกค้าจำนวน 1,098 เครื่อง โดยเป็นเครื่องในกรุงเทพมหานคร จำนวน 389 เครื่อง และต่างจังหวัด 709 เครื่อง โดยเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารสามารถให้บริการที่เกี่ยวกับธุรกรรมด้านกองทุนรวม  การชำระค่าบริการ  การโอนเงิน   และเชื่อมต่อกับเครือข่ายระหว่างประเทศภายใต้เครือข่ายเอทีเอ็มระหว่างประเทศ Cirrus จำนวนกว่า 780,000 เครื่อง และภายใต้เครือข่ายเอทีเอ็มระหว่างประเทศ PLUS จำนวนกว่า 750,000 เครื่อง  ปัจจุบันธนาคารมีลูกค้าซึ่งใช้บริการบัตรเอทีเอ็มของธนาคารจำนวนประมาณ 5.2 ล้านใบ ทั้งนี้ ประเภทของบัตรเอทีเอ็มที่ลูกค้าเลือกใช้ ได้แก่ บัตรคลาสสิค  บัตรทอง บัตรที่ออกรวมกับสถาบันหรือธุรกิจอื่น และบัตรวีซ่าอิเล็คตรอน  ธนาคารได้จัดให้มีเครื่องเอทีเอ็ม ณ สำนักงานสาขาของธนาคารเกือบทุกแห่งรวมถึงในห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน ท่าอากาศยาน และมหาวิทยาลัยด้วย   นอกจากนั้น ธนาคารยังมีเครื่องเอทีเอ็มสำหรับให้บริการแก่ลูกค้า  ณ หน่วยงานราชการทั่วประเทศในจำนวนที่มากกว่าธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ในประเทศไทย อันเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยราชการได้
ธนาคารได้เข้าร่วมในศูนย์ปฏิบัติการชำระเงินกลางของระบบเอทีเอ็มพูล (ATM Pool) ซึ่งทำให้ลูกค้าผู้ถือบัตรเอทีเอ็มของธนาคารใช้บริการถอนเงิน โอนเงิน และสอบถามยอดเงินจากเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารอื่น รวมทั้งลูกค้าซึ่งมิได้เป็นผู้ถือบัตรของธนาคารสามารถใช้บริการจากเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารได้
            - ให้บริการแก่ลูกค้าด้าน E-Business และ Self Service Banking เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำรายการต่าง ๆ ที่ต้องการด้วยตนเอง ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่
   Krungthai Telebank สามารถสอบถามข้อมูลทางการเงิน ทำการโอนเงิน ชำระค่าบริการ และบริการด้านเช็ค ผ่านทางโทรศัพท์แบบกดปุ่มหมายเลข 1551
   Internet Banking   สามารถสอบถามข้อมูลทางการเงิน  ทำการโอนเงิน ชำระค่าบริการ และบริการด้านเช็ค ผ่านเว็บไซต์  http://www.ktb.co.th
   E-Commerce บริการรับชำระค่าบริการและบริการในระบบ Payment Gateway ของธนาคารผ่านเครือข่าย Internet โดยเน้นไปยังหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ เช่น การรับชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ. 30  ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และการจำหน่ายเงินกำไร ภ.ง.ด. 54 และแบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ภ.พ. 36 ให้กับกรมสรรพากร นอกจากนี้ยังรับชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าโทรศัพท์ในประเทศ  ต่างประเทศ และระบบมือถือ ค่าไฟฟ้า และน้ำประปา
   Payment Gateway ร่วมกับสายการบินและโรงแรมชั้นนำทั่วโลก เพื่อรับจองซื้อและรับจ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าเช่ารถ/โรงแรม และค่าบริการอื่น ๆ ของ Traveller Agency ที่เป็นสมาชิก
   รับลงทะเบียนเรียนผ่าน Internet Banking และ Krungthai Telebank ของสถาบันการศึกษาด้วยการลงทะเบียนเป็นสมาชิก
   Financial Electronic Date Interchange (FEDI) เป็นความร่วมมือทางเทคโนโลยีสารสนเทศระหว่างธนาคารกับหน่วยราชการในการบริการรับชำระค่าภาษีศุลกากรของผู้ประกอบการผ่านผู้ให้บริการ EDI โดยระบบ VANs ของการสื่อสารแห่งประเทศไทย
   นอกจากนี้ธนาคารได้เพิ่มขอบเขตการให้บริการด้วยการจัดตั้งธนาคารอิสลาม โดย บมจ.ธนาคารกรุงไทย เป็นธนาคารพาณิชย์ไทยแห่งแรกที่ได้ดำเนินการเปิดให้บริการธนาคารอิสลามเต็มรูปแบบ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2545 ที่สาขาถนนวิจิตรไชยบูลย์ จังหวัดนราธิวาส  โดยให้บริการตามหลักศาสนาอิสลาม ด้วยบริการรับฝากเงินแบบรักษาทรัพย์ (วาดิอะฮ์) และเงินฝากเพื่อการลงทุน (มูฎอรอบะฮ์) รวมทั้งให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการคิดดอกเบี้ย  ทั้งนี้ได้ดำเนินการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ 16 แห่ง และอีก 16 เคาน์เตอร์ภายในสาขา ณ สิ้นปี 2546 ที่ 5 จังหวัดภาคใต้ คือ จังหวัดนราธิวาส  สงขลา  ยะลา  ปัตตานี  สตูล  และอีก 2 จังหวัดทางภาคเหนือ คือ จังหวัดเชียงราย และเชียงใหม่
4.Promotion(การส่งเสริมการขาย) แต่ละธนาคารต่างก็จัดกิจกรรมการตลาดและการส่งเสริมการขาย หลากหลายรูปแบบเพื่อเชิญชวนและกระตุ้นให้ลูกค้าใช้บริการกับธนาคารตนเองมากขึ้น ส่วนมากการจัดการส่งเสริมการขายจะควบคู่กับผลิตภัณฑ์ เช่น กิจกรรมชิม ช้อป ใช้ กับบัตรกรุงไทย วีซ่าเดบิต พบสิทธิพิเศษมากมายส่วนลดร้านค้าทั่วประเทศกว่า 1,500 ร้านค้า เป็นสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ถือบัตรวีซ่าเดบิตของกรุงไทย เพียงแค่แสดงบัตรกับร้านค้าที่มีป้ายหรือสติ๊กเกอร์วีซ่าเดบิตติดอยู่ที่ร้าน ก็จะได้รับส่วนลดมากมาย เป็นต้น

การวิเคราะห์ SWOT  Analysis
วิเคราะห์โอกาส (Opportunities) และอุปสรรค (Threat)
โอกาส (Opportunities)
            -การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายสถาบันการเงินใหม่ทำให้ขอบเขตการทำธุรกิจของธนาคารกว้างขวางและครอบคลุม เช่น การเปิด – ปิดของสาขาที่จะเปิด – ปิดได้อย่างเสรี เพื่อลดภาระต้นทุนของธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น
            -สินค้าทดแทนของธนาคารพาณิชย์มีเพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนมีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น
อุปสรรค (Threat)
            -ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ และการว่างงานที่มากขึ้นทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศทรุดตัว
            -ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในสถาบันการเงินทำให้มีการถอนเงินออกไป
            -ธนบัตรปลอมเริ่มกลับมาระบาด ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในสถาบันการเงิน
            -ภาวะทางการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการลงทุน หรือการทำธุรกรรมต่าง ๆ
วิเคราะห์จุดแข็ง (Strength) และจุดอ่อน (Weakness)
จุดแข็ง (Strength)
            -ผู้ถือหุ้นหลัก คือ กระทรวงการคลังซึ่งมีความมั่นคงสูง ทำให้ธนาคารมีภาพลักษณ์ที่มั่นคง ลูกค้าเชื่อถือ
            -มีฐานลูกค้าและความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานและพนักงานภาครัฐ
            -มีผลิตภัณฑ์พื้นฐานที่ครอบคลุม
            -เครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะสาขาต่างจังหวัด
จุดอ่อน (Weakness)
            -ธนาคารมีลูกค้าที่ภาครัฐเยอะ ทำให้การบริการอาจจะล่าช้า
            -ความสามารถด้านการตลาดยังไม่สามารถสู้ธนาคารชั้นนำได้
            -ความสามารถที่จำกัดของระบบ IT และความสามารถด้าน CRM
            -ขาดประสบการณ์ในการรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆ
            -ขาดช่องทางที่หลากหลาย เช่น Telesales , micromarketing
เป็นไงกันบ้างคะ ธนาคารกรุงไทยของนิดหน่อย พอจะสู้ธนาคารอื่นได้บ้างรึเปล่า เพื่อนๆๆๆมีความคิดเห็นยังไงบ้าง ชอบหรือไม่ชอบธนาคารกรุงไทยยังไง ก้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันได้นะคะ..

งั้นวันนี้ขอตัวไปอ่านโอเอ็มก่อนละกัน ยังไม่ได้อ่านซักกะตัวเลยค่ะ..มีใครเปิดติวบ้าง แจ้งให้ทราบด้วยละกันนะคะ

..นางสาวนิภา  บุราสิทธิ์.. ;D ;D
..รหัส 515740298-7..
..นิดหน่อย..
   






jimhandsome

  • บุคคลทั่วไป
Re: To: Executive MBA # 15 Sec.3
« ตอบกลับ #132 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 08:58:02 pm »
ผมขอรายงานตัว ผม 515740280-6 ครับ จิมมี้
จากที่อ่านกระทู้ของเพื่อนๆ ชอบกระทู้ CRM กับความรัก ของพี่แอ๋ว เพราะว่า มันเข้ากับผมช่วงนี้มากเลย เพราะผมชอบคนๆนึงแต่ไม่กล้าบอก กลัวอกหักมาก เพื่อนมีวิธีไหนบอกจิมมี่ด้วย จะรักมาก ขอบคุณครับ ฮ่าๆๆๆๆ

jimhandsome

  • บุคคลทั่วไป
Re: To: Executive MBA # 15 Sec.3
« ตอบกลับ #133 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 09:03:31 pm »
515740280-6 จิมมี้

ขอบอกว่าคนทำกระทู้กรุงไทยสวยมาก แต่ทำไมเอากระทู้กรุงไทยบ่อยจัง จะขายกระทู้นี้จนเรียนจบเหรอจ้ะ เดี๋ยวครั้งหน้าขอแย่งกะทู้นี้นะ

มนัสนันท์

  • บุคคลทั่วไป
Re: To: Executive MBA # 15 Sec.3
« ตอบกลับ #134 เมื่อ: มกราคม 14, 2009, 09:07:41 pm »
กราบเรียน  อ.ศักดิ์ชัย
และสวัสดีเพื่อนๆชาว Ex.15 sec 3 ทุกคนนะค่ะ
;)..แนะนำตัวหน่อยนะค่ะ..ปุ้ย เองค่ะ..น.ส.มนัสนันท์  กองพลพรหม รหัส 515740312-9

กว่าจะมาโพสต์ในกระทู้ได้ เล่นเอาแทบแย่เลยค่ะ  เพราะทำไม่เป็น..555 :D low techไปนิสสส์ค่ะ  

ดิฉันขอกล่าวถึง..เรื่องการแข่งขันของโรงบรรจุก๊าซหุงต้ม(LPG)แห่งหนึ่ง  ในจังหวัดใกล้ๆตัวเรานะค่ะ   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์จริง  จึงไม่สามารถลงชื่อโรงบรรจุก๊าซแห่งนั้นได้จริง(สมมุติว่าชื่อโรงบรรจุ A แล้วกันนะค่ะ)เนื่องจากอาจมีผลต่อการแข่งขันจริงๆในอนาคต ได้ค่ะ
ข้อมูลเบื้องต้น จังหวัดนี้(สมมุติว่าชื่อ จ.M)มีประชากร 940,000 คน
                                                                   GDP        31,495 บาท/คน
                                                                   มีอำเภอ             13 อำเภอ
   มีปริมาณการใช้ก๊าซหุงต้ม(LPG)  ปี 50-51 ประมาณ  7,680,000 กิโลกรัม
                                                ปี 51-51 ประมาณ 10,800,000 กิโลกรัม
มีโรงบรรจุก๊าซหุงต้มทั้งหมด  4 โรงงาน โดยมีข้อมูลดังนี้



เดี๋ยววันนี้ขอส่งข้อมูลให้เพื่อนๆอ่านแค่นี้ก่อนนะค่ะ  ดึกมากแล้ว  พรุ่งนี้จะมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อนะค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 15, 2009, 11:22:51 am โดย มนัสนันท์ »