ผู้เขียน หัวข้อ: กระดานแสดงความคิดเห็น วิชา 900714 สำหรับ นศ. รุ่น Executive 14 Sec.3  (อ่าน 35163 ครั้ง)

jerepongk

  • บุคคลทั่วไป
นายจีระพงษ์ แก้วภิรมย์  505740462-9

ขอแสดงความคิดเห็น การจัดการของสุกี้ MK นะครับ
จากการได้เรียนวิชาการจัดการตลาดมา หากมองการจัดการของสุกี้ MK แล้วเขาจัดการตามกลยุทธ์การตลาดบริการครบถ้วนเลยนะครับ
กล่าวคือ  กลยุทธ์แรกเป็นกลยุทธ์การทำตลาดภายใน โดยดูจากพนักงานในร้าน มีการต้อนรับที่ดี มีการเอาใจใส่ลูกค้าที่มากินสุกี้ทุกเวลา
นั้นบ่งบอกว่ามีการจัดการฝึกอบรมมาดี และมีการสร้างแรงจูงใจที่ดีนะครับ
ต่อมาเป็นกลยุทธ์การทำตลาดภายนอก ซึ่งประกอบด้วย  การบริการ ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย การส่งเสริมการตลาด การจัดบุคคล การทำงานมีกระบวนการและวิธีปฏิบัติ ดูแล้วสอดคล้องกลมกลืนมากครับ
ส่วนกลยุทธ์สุดท้ายคือ การทำตลาดปฏิสัมพันธ์ นี้เป็นส่วนของการสร้างคุณภาพที่แตกต่างมากเลยครับ  ซึ่งอาจแสดงได้ว่าผู้บริหารมีความเป็นมืออาชีพจริง

ผมเลยไม่เเปลกใจเลยครับว่าทำไม สุกี้ MKถึงประสบผลสำเร็จมาถึงทุกวันนี้   

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2008, 05:13:40 pm โดย jerepongk »

preedasuwan

  • บุคคลทั่วไป
ภากรณ์  ปรีดาสุวรรณ 505740499-6
หลังจาก 16 ก.ย. 2551 ตอบ case สุกี้ MK แล้ว วันนี้เลยเข้ามาคุย กรณีศึกษาของ สินค้าเสื้อผ้า Brand ไทย นาม “เป่ายิ้งฉุบ”
    :-\ต้องยอบรับก่อนว่าในกรณี เสื้อผ้า  “เป่ายิ้งฉุบ” เท่าที่จำความได้ไม่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้า  และเมื่อได้ยินชื่อครั้งแรกก็ไม่นึกว่าเป็นชื่อของ Brand เสื้อผ้าของคนไทย ยังนึกแต่ขนม หรือของเล่น ( ไม่เคยเห็นการโฆษณาเลย) หรือในตลาดท้องถิ่น และไม่รู้ว่าจะไปหาซื้อได้ที่ไหน ???
เข้าเรื่องเลยดีกว่า จากบทความ คุณชารี  รัตนวชิรินทร์ เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้า “เป่ายิ้งฉุบ”ผ่าฟันอุปสรรค์มามากหมาย เพื่อสร้าง Brand ของเสื้อผ้า “เป่ายิ้งฉุบ”ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง  แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากมาก  จากประเภททางธุรกิจการ์เมนต์ มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะเป็นสินค้าประเภทแฟชั่น  โอกาสที่สต็อกจะค้างมีสูงตามเพราะ เทรนแฟชั่น เปลี่ยนแปลงเร็วมาก และจากสภาวะการแข่งขันด้านเสื้อผ้าที่มาจากประเทศจีนรุกเข้ามาในตลาดในเมืองไทยอย่างรุนแรง  โดนที่มีการดั๊มราคา ขายถูกกว่าสินค่าในบ้านเรา
ความนิยมเสื้อสีเหลือง  และเสื้อสีดำทำให้เสื้อผ้าหลากสีของ “เป่ายิ้งฉุบ”  ขายไม่ได้เกิดสินค้าค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก เกิดต้นทุนอย่างมากของบริษัท แต่อย่างไรก็ตามทางผู้บริหารของ “เป่ายิ้งฉุบ”กลับมองในแง่ดีเกินไป ( เปลี่ยนสต็อกให้เป็นสตางค์ )ซึ่งเป็นงานหนักของ “เป่ายิ้งฉุบ” ถ้าขายไม่หมด หรือความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนธุรกิจเกิดปัญหาใหญ่แน่นอน
การนำบทเรียนที่เราเคยทำแล้วล้มเหลว กลับมาแก้ไขและทันในเกมของธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ  ความพยายามที่จะสร้างตราสินค้าให้เป็นที่รู้จัก เป็นเรื่องยากแต่ด้วยความมุ่งมั่น โดยเอาตังเองเปรียบเทียบกับ Brand ระดับโลก “ลาคอสต์” ( ไอ้เข้น้อย )ในด้านคุณภาพ การเทียบข้ามรุ่น ( มันไกลไปรึเปล่า ) เสื้อคอโปโลของ “เป่ายิ้งฉุบ”คุณภาพดีเทียบเท่า เสื้อ “ลาคอสต์” ( กลุ่มเป้าหมายต่างกันมาก) แต่ถ้าเอามาให้เลือก ราคา 300บาท และลาคอสต์ ตัวละ 2,000 บาท ถ้าถามว่าขายได้มั้ย คงขายได้ แต่ไม่ดีนัก เพราะคนที่มาซื้อ “ลาคอสต์”เขาต้องการมากกว่าคุณภาพ แต่เขาต้องการคุณค่าที่อยู่ใน Brand ลาคอสต์ ( การสร้างแบรนด์เป็นที่รู้จักและยอมรับเป็นสิ่งสำคัญ) อย่าไปทำอะไรที่ตนเองไม่ถนัด
และสิ่งที่ “เป่ายิ้งฉุบ”คิดและกลับตัวทัน  โดยหันมาผลิตในลายที่ตนเองมีความถนัด Core Competency  เสื้อยืดขอกลมสีขาว  และการใช้นวัฒกรรมมาผนวกเข้าไป Bio  Silky “ข่าวเป่ายิ้งฉุบ”เพิ่มความขาว เป็นเงาวาว  โดยว่างตลาดที่ The Mall  ( ถูกต้องแล้ว )
การใช้การจัดการเชิงกลยุทธ์ Quick Respones ตอบสนองความต้องการอย่างรวดเร็ว, Niche Market การทำตลาดเฉพาะ, Focus Sale เลือกว่าสินค้าในช่องวางที่เหมาะเจอะ เป็นกลยุทธ์ที่ดีมาก  และรวมถึง  ( CSR )  เป็นสิ่งที่ดีมากเพื่อช่วยสังคม ก็เป็นการสร้างชื้อเสียงภาพลักษณ์ให้แก่สังคม
แต่ที่สำคัญทำยังไงที่จะทำให้ “เป่ายิ้งฉุบ” สื่อถึงคนต่างจังหวัดให้มีการนับรู้ เพื่อเป็นการเพิ่มกลุ่มผู้บริโภคให้กว้างยิ่งขึ้น ( อยากซื้อเสื้อโบโล ตัวละ 300บาท ที่คุณภาพเทียบกับตรา “ลาคลอส์”ตัวละ 200 บาท)

...สุดท้ายนี้ ขอให้ Brand เสื้อผ้าของคนไทย “เป่ายิ้งฉุบ”สามารถสื่อสารถึงกลุ่มลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ให้เป็นBrandที่อยู่ในใจของผู้บริโภค

meena

  • บุคคลทั่วไป
นส.มีนา บุญพรหมมา รหัส 505740504-9

เพิ่งจะมีโอกาสได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นวันนี้ค่ะ เอ๋!!----ทันป่าวน๊า?  ...(^.^)*’’ แต่ยังไงก็ขอใช้สิทธิ์กะเค้าหน่อยละกันนะคะ
สำหรับ Case แรก “เป่า ยิ้ง ฉุบ” 
               ยอมรับว่าตอนแรกที่อ่าน ไม่ค่อยคุ้นชื่อเลยกับ “เป่า ยิ้ง ฉุบ” แต่พอเห็นตราสัญลักษณ์ก็เริ่มคุ้นตา อ๋อ! คุ้นๆรูปวงกลมที่มีรูปมือ เป่า ยิ้ง ฉุบ กัน 3 มือนี่เอง เคยเห็นมาบ้าง แต่ในความคิดส่วนตัวคิดว่าธุรกิจการ์เมนต์ ตลาดสินค้าประเภทแฟชั่น มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะคู่แข่งขันมีมาก และเสื้อผ้าที่มาจากประเทศจีนรุกเข้ามาในตลาดในเมืองไทย  มีการดั๊มราคาลง..ถูกม๊ากมากจนน่าตกใจ และการที่แฟชั่นก็มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่มีหยุดนิ่งก็เป็นอีกจุดที่ต้องทำใจ แต่ดีที่ “เป่า ยิ้ง ฉุบ” มีการสร้างเอกลักษณ์ที่สินค้า ไม่ตามแฟชั่นมาก (จนเกินไป) และเป็นเสื้อยืดที่อาจเรียกได้ว่า “คลาสสิก” ทำให้ไม่มีวันตาย (เว่อไปป่าวเนี่ย) ใส่ได้ตั้งแต่เด็กยันแก่ กลุ่มลูกค้ากว้างเชียวค่ะ แต่คิดว่ายังขาดการประชาสัมพันธ์ การทำ Promotion ยังไม่ค่อยดีเท่าไร ส่วนที่มีการเปรียบเทียบกับลาคอสต์ฟังดูแปลกๆยังไงก็ไม่รู้ค่ะ เพราะมันเป็นอะไรที่ไม่น่าเอามาเปรียบเทียบกันได้เลย แต่จากบทความก็แสดงถึงกลยุทธ์ของธุรกิจได้ดีมากเลยค่ะ

สำหรับ Case “MK”
   พูดถึง MK คงไม่มีใครไม่รู้จัก (ถ้าไม่บ้านน๊อก บ้านนอกจริงๆ ....ว่าไปนั่น)  MK กลายเป็นธุรกิจที่ครองตลาดสุกี้ไปแล้ว เพราะ “นึกถึงสุกี้ ....ต้องนึกถึงMK” การที่ MK เป็นเจ้าตลาด ส่วนหนึ่งมาจากการที่ MK เป็นเจ้าแรกและให้ความสำคัญกับเรื่อง Innovation  ทำให้มีความทันสมัยและนำหน้าคู่แข่ง (ซึ่งตอนนี้นึกไม่ออกแล้วว่ามีอะไรบ้าง,, อาจเป็นร้านเจ้มุก หลังมอก็ได้ อิอิ)  จากที่เป็นลูกค้าของ MK เองทำให้ทราบว่า MK สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าหลายเรื่องเลยทีเดียว ทั้งเรื่องความสะอาด รูปแบบของร้านที่ดูสวยงาม ทันสมัย อบอุ่นสำหรับครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนมากินกัน เรื่องความปลอดภัย โดยมีอุปกรณ์ที่ทันสมัย อุ่นใจกว่ากันเป็นไหนๆ เรื่องบริการ..ที่พนักงานของ MK ให้บริการแบบมืออาชีพ ดูคล่องแคล่ว ไม่ค่อยเห็นภาพยืนคุยกันเหมือนร้านอื่นๆ สุภาพเป็นกันเองดี เรื่องราคา..แพงนะ แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพก็เหมาะสมค่ะ ยินดีจ่าย เรื่องมาตรฐาน..MK ทุกสาขามีมาตรฐานเดียวกัน ทำให้ไม่ว่าจะเข้าไปกินที่สาขาไหนก็ไม่แตกต่างกันและยังมีกระจายทั่วประเทศอีกด้วย หากินง่าย (ตามห้างสรรพสินค้า) และอาจจะอีกหลายๆเรื่องที่หลงในกลยุทธ์ของ MK ไปแล้วค่ะ
   


muay

  • บุคคลทั่วไป
นส.สิริรัตน์ บุญเอื้อเบญจมาส รัหส5057405225-1
เมื่อพูดถึง MK สุกี้ ก็กลับมานั่งนึกย้อนว่าตัวเราเองเริ่มใช้บริการ MK สุกี้อย่างจริงจังตั้งแต่เมื่อไหร่...ทำให้ต้องนึกย้อนกลับไปเป็นสิบปี...T-T เพราะคิดๆๆๆๆก็คิดไม่ออก แต่น่าจะเป็นช่วงที่เริ่มเข้ากรุง ตอนที่เข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยโน่นแหล่ะจ้าาา ถึงจะเริ่มทำความสนิทสนมกับMK อย่างเหนียวแน่น ประมาณว่าใน 1 อาทิตย์ต้องมีอย่างน้อย 1 วันที่ต้องไปสังสรรเฮฮาตามประสาเพื่อนฝูง(ใหญ่มาก) เพื่อสมานแผล..ไม่ช่ายยยย เอาหล่ะนอกเรื่องมาเยอะแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกประทับใจ ตั้งแต่ครั้งแรกในการเข้าไปรับประทานสุกี้ก็คือ บรรยากาศของร้านสุกี้ เพราะอยู่ที่อุดรฯสมัยก่อนนั้นที่เห็นจะมีชื่อก็จะเป็นร้าน นิมิตรสุกี้ ที่เป็นคนอุดรฯเปิดเอง เป็นร้านห้องแถวประมาณ2-3 ห้อง ใช้หม้อสุกี้แบบเป็นแก๊ส เวลาไปกินสุกี้ก็เป็นของร้อนอยู่แล้ว ยังต้องนั่งเหงื่อตก สูดขี้มูกไปกินไปอีก...T-T แต่ต่อมาก็มีสุกี้เจ้าใหม่ชื่อ ภัตรคาร"มังกรหลวง" เหมือนว่าจะมาจากกทม. จำได้ว่าตอนเด็กๆเคยเห็นโฆษณาทีวีด้วยว่ามีที่กทม. แต่หลังจากนั้นร้านมังกรหลวงก็ถึงช่วง Decline อย่างรวดเร็วเมื่อ MK สุกี้เข้ามาตีตลาดในอุดรฯ ซึ่งในสมัยนั้นรู้สึกว่าทำไมสุกี้ร้านนี้แพงจัง แต่ชอบที่บรรยากาศและได้นั่งห้องแอร์นี่แหล่ะ อิอิอิ
 และสิ่งที่เห็นความเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอดของMK ด้านนวัตกรรมคือ หม้อสุกี้ ที่ค่อยๆพัฒนาให้ทันสมัย ใช้งานง่าย ไม่ต้องมานั่งหมุนอุณหภูมิความร้อนของหม้อที่ เดี๋ยวติดเดี๋ยวดับอยู่นั่นแหล่ะ บางที่ปลั๊กเสียไฟไม่เข้าก็ต้องนั่งเซ็ง..รอเปลี่ยนหม้อกันไป และกระดาษที่รองกันเปื้อนนั้นก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือ ไม่เคยหยุดที่จะเปลี่ยนรูปแบบ พร้อมกับให้สาระแก่ผู้ที่เข้าไปนั่งรับประทานในร้านเลย และทำให้ดึงดูดความสนใจในการนั่งรอเฉยๆ ก็มานั่งอ่านเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณค่าของ ผักแต่ละสี ความรู้ในเทศกาลกินเจ และอื่นๆตามเทศกาล นอกจากนี้ก็ยังมีในเรื่องของถ้วยชามของเด็กที่MK มีชุดสำหรับเด็กและน้ำจิ้มสำหรับเด็กอีกด้วย ซึ่งหลานของหมวยนั้นชอบมาก เหมือนมันช่วยกระตุ้นอยากให้เค้ารับประทานอาหาร เพราะถ้วยชามที่มีลายน่ารักๆ
  นอกจากนั้นสิ่งที่รู้สึกทึ่งมากคือ MK สามารถรักษามาตราฐานการให้การบริการได้เป็นอย่างดี พนักงานทุกคนดูเหมือนจะกระตือรือร้น พร้อมให้บริการ และดูกระชับกระเฉง ทำงานคล่องแคล่วกัน รวดเร็ว ไม่ใช่แค่หน้าร้านเท่านั้น แต่รวมถึงทุกส่วนทุกฝ่ายในร้านจริงๆ ซึ่งต้องยอมรับว่า MK นั้นเก่งมากๆ จึงทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เค้าอบรมพนักงานให้ได้อย่างใจเค้าได้อย่างไร เพราะMK สุกี้ ไม่ได้มีเพียง2-3 สาขา ไม่ได้มีเพียงในกทม. แต่ยังขยายออกมาเรื่อยๆจนทั่วประเทศ พร้อมกับการบริการที่เป็นมาตราฐานได้ทั่วทุกสาขา ในฐานะที่ตัวเองที่บ้านก็ทำธุรกิจ และพอคิดที่จะปรับเปลี่ยนและทำให้มาตราฐานการบริการดีขึ้น เป็นระบบมากขึ้น ก็มึนตึบทุกครั้งไป เพราะด้วยความเคยชิน และรูปแบบเดิมๆของการทำงานที่ทำมาอย่างนี้เป็นสิบๆปี จึงไม่สำเร็จสักที
  เนื่องจาก MK มีความแตกต่างในด้านการพัฒนาในหลายๆด้านอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหาร การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การทำโปรโมชั่นต่างๆที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ ความสนุกสนาน และรู้สึกดีต่อองค์กร เช่นการจับคูปอง มื้อนี้ฟรีหรือจ่าย ซึ่งเป็นความชอบของทุกคนอยู่แล้ว (เรื่องเสี่ยงดวง..ได้เล่นก็ถือว่ามีลุ้น ...ลุ้นไม่ได้ก็ถือว่ายังงัยก็อยากมากินอยู่แล้ว) อีกอย่างคือความไฮเทคของ MK ในด้านการรับ order ผ่านอุปกรณ์ไฮเทค ที่นับว่าต้องยกนิ้วให้ในความกล้าที่จะลงทุน และเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยี ในธุรกิจประเภทร้านอาหารเลยก็ว่าได้
  แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในงานการบริการ "คน" นั่่นเอง ไม่ว่าจะมีระบบที่ดีขนาดไหน จะมีวัตถุดิบ สินค้าที่ดีเพียงใด เทคโนโลยี จะล้ำสมัยแค่่ไหน แต่หากไม่มีคนนำพาคุณค่าสิ่งเหล่านั้นมานำเสนอ อย่างสร้างสรรค์ สู่ลูกค้าแล้วหล่ะก็ คงจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เลย เพราะคงจะไม่มีสิ่งใดเข้าใจ"คน" ได้มากกว่า "คน"ด้วยกัน..
"High Touch as well as High Tech" น่าจะเป็นคำจำกัดความที่ดีในธุรกิจบริการนี้ค่ะ ..ขอบคุณค่ะ..
 

montira

  • บุคคลทั่วไป
นางสาวมลธิรา  สุขสำราญ  505740503-1

ไม่รู้ว่าจะทันหรือเปล่านะคะ  ขอแสดงความเห็น mk แล้วกันนะค่ะ  ไม่รู้จักเป่ายิ่งชุบ
จากที่เรียนในวิชาการตลาดมาวิเคราะห์ตามที่เรียนดีกว่า  เอารวม ๆ เลยและกันคะ มาวิเคราะห์ swot จุดแข็งของเอ็มเคน่าจะเป็นเป็นแบร์นที่มีชื่อเสียง ร้านค้าสะอาด บริการดีมาก ไม่รู้ว่าเอาความรู้สึกของตัวเองมาเขียนมากไปหรือเปล่า จุดอ่อนคือโต๊ะมีน้องต้องรอ และโอกาส ตอนนี้นึกไม่ออกเอาไว้นึกออกแล้วจะเข้ามาบอก อุปสรรคน่าจะเป็นตอนนี้ที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ข้าวของแพงคนไม่อยากจะไปกินข้าวนอกบ้าน
จากนั้นมาดู STP  ตลาดและกลุ่มเป้าหมายน่าจะเป็น น่าจะเป็นทุกวัย ไม่วันจะเป็นเด็ก วัยรุ่น
หรือวัยทำงาน หรือผู้สูงวัย   ส่วนจุดยืนน่าจะเป็นที่ร่วมสำหรับนัดสังสรรค์ หรือไม่ก็นัดพบปะของครอบครัว
แล้วเรามาดู marketing mix กันบ้าง ตัวแรกราคา ถ้าเป็นกลุ่มนักศึกษาก็ถือว่าราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าเป็นคนที่ทำงานขึ้นไปก็ไม่น่ากังวล ตัวต่อมาช่องทางการจัดจำหน่าย คิดว่าเอ็มเคส่งผ่านถึงผู้บริโภคโดยตรง  ไม่ได้ผ่านคนกลาง ตัวที่สามเกือบลืมคือผลิตภัณฑ์ สินค้าของเอ็มเคสดใหม่ แต่จัดน่ารับประทาน  ส่วนโปรโมชั่นเดี๋ยวนี้เป็นโฆษณาทางโทรทัศน์เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเลย เนื่องจากเอ็มเคไม่ได้ขายแต่สินค้าแต่รวมบริการเข้าไปด้วย ดังนั้นต้องมาดูอีก 3 พี คือ คน เอ็มเคมีการอบรมพนักงานที่ดี  มีกระบวนการให้บริการที่มีมาตรฐาน และมีการจัดสถานที่ให้น่าเข้ามารับประทาน 
สุดท้ายนอกจากที่กล่าวมาแล้วยังมี CRM เนื่องจากปัจจุบันภาวะการแข่งขันรุนแรง การขายสินค้าอย่างเดียวไม่ได้แล้วต้องมีความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ดีเพื่อสร้างความสัมพันธ์  พัฒนาความสัมพันธ์ และรักษาความสัมพันธ์ เพราะถ้าเราเสียลูกค้าไปหนึ่งความเท่ากับเราเสียรายได้ไปมหาศาล 
เอ็มเคยังมีนวตกรรมใหม่ ๆ เรื่อง ๆ  เห็นได้จากมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้นและทันสมัยขึ้นในการให้บริการ  และยังมีการรับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าได้มีใบให้กรอกข้อเสนอแนะ และนำมาปรับปรุงต่อไป
 แค่นี้ก่อนนะค่ะนึกไม่ออก ถ้านึกออกจะเข้ามาเพิ่มเต็มอีกค่ะ  ขอบคุณค่ะ

jamesak

  • บุคคลทั่วไป
นายเจีมศักดิ์  ทองรุ่ง รหัส 505740464-5 Sec 3
    สวัสดีครับพี่ๆน้องๆ MBA ex14  และ กราบสวัสดี อ.ศักดิ์ชัย ด้วยครับ
ผมอยากแสดงความคิดเห็นเรื่อง MK นิดหน่อยครับเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี(Innnovation)
ข้อมูลส่วนหน้าร้านครับ
1. การสั่งอาหารด้วย PDA ถึงว่าเป็นนวัตกรรมแรกๆของการสั่งอาหารครับอธิบายง่ายนิดเดียว
   -  เริ่มต้นด้วยเมื่อท่านเข้ามาในร้าน ก็จะมีพนักงานรับออร์เดอร์เดินเข้ามาครับที่โต๊ะของท่านสมมุติโต๊ะ 4
   -  ท่านก็สั่งอาหารครับ พนักงานก็เอา PDA ขึึ้นมากดพร้อมทวนรายการสั่งของท่านนะครับ
   -  เมื่อสั่งจนพอและพนักงานทวนจนเสร็จ พนักงานคนนั้นก็จะกด enter เพื่อส่งข้อมูลไปที่ครัว
   -  ข้อมูลเหล่านั้นผ่านระบบwirelss ไปที่ Accesspoint ที่ติดบนศีรษะท่านมีไฟกระพริบอยู่ตลอดเวลา
   -  จาก Accesspoint ก็ส่งข้อมูลไปที่หน้าจอหลังร้านพร้อมพิมพ์ใบ Order ด้วย
   -  จากนั้นเจ้าหน้าในครัวหลังร้านก็หยิบรายละเอียดออกจากตู้เย็นนำมาวางตามออร์เดอร์แต่ละโต๊ะ
   -  ใช้เวลาการเสริฟต่อโต๊ะจะไม่เกิน 5-10 นาทีครับ
2. การคิดเงินเช่นเดียวกันครับ ระบบจะคิดเงินพร้อมการกดรับออร์เดอร์แล้วครับ จึงทำให้เวลาคิดเงินนั้น
    จะใช้เวลาไม่เกิน 1 นาทีครับ
ข้อมูลหลังร้านครับ
1.  จากการกดรับออร์เดอร์ของพนักงานทุกครั้งทราบหรือไม่ว่าสำนักงานใหญ่ก็ทราบด้วยว่าแต่ละสาขาขายอะไรไปบ้าง
   -  ข้อมูลในแต่ละสาขาจะผ่านระบบ Internet ที่เรียกว่าระบบ VAN ครับและจะวิ่งไปที่ Server
   -  Server จะผ่านข้อมูไปที่ 2 กลุ่มคือ ฝ่ายบริหาร,ฝ่ายผลิต,logistics
   - ฝ่ายบริหารจะสามารถดูยอดขายแต่ละสาขาในระบบ Realtime เพื่อมาทำ IMC กับสาขานั้นๆ
   - ฝ่ายผลิตจะทราบเรื่องการสั่งของออร์เดอร์เพื่อทำการเติมออร์เดอร์ให้แต่ละร้านสาขาเรียกระบบนี้ว่า VMI (Vender Management Inventory)
   - logistics ข้อมูลวิ่งมาเพื่อจะบริหารเส้นทางการขนส่ง (Route optmizations)
   - วิธีการส่งของ MK จะวิ่งเป็น Milk run/Cross dogโดยวัตถุดิบจะถึงร้านไม่เกิน 2 โมงเช้าทุกวัน
   นี่เป็นระบบคร่าวๆระบบของ MK ข้อมูลอ้างอิงจาก BD (buesiness development)

apinya sarawong

  • บุคคลทั่วไป
น.ส.อภิญญา สารวงษ์  505740538-2 Ex.14 Sec.3

ตามความคิดเห็นส่วนตัว MK เป็นร้านอาหารที่มีระบบการจัดการที่ดีมาก มีมาตรฐานเหมือนกันหมดทุกสาขา
ความแตกต่างของสุกี้ MK กับสุกี้เจ้าอื่น
1.คงเป็นเรื่องงานบริการที่ดีมาก
2.ความสะอาด
3.มีเมนูอาหารใหม่ๆให้เลือกกิน
4.ความสด สะอาด ของวัตถุดิบที่คุ้มค่า สมราคา
5.มีการจัดตกแต่งร้านที่สวย สะอาด
   สิ่งที่ MK ทำได้ดีมากคือการบริการที่ดี พนักงานทุกคนได้รับการฝึกอบรมที่ดี มีความเต็มใจให้บริการ ทำให้เวลาไปที่ MK จะได้รับความรู้สึกที่ดีกลับมาตลอด ;D

jamesak

  • บุคคลทั่วไป
ระบบการทำง่รของ PDA สั่งอาหาร MK

jamesak

  • บุคคลทั่วไป
เป็นระบบ Dataflow diagram ของ MK เพื่อเป็นความรู้ให้เพื่อนๆนะครับ

jamesak

  • บุคคลทั่วไป
ไปแซบๆที่ MK ดีกว่า สาขาตึกคอมมีแต่คนสวยๆ

Ramida

  • บุคคลทั่วไป
รมิดา  บุญเกิดถิ่นไทย รหัส 505740507-3
          เห็นเพื่อนๆช่วยกันวิเคราะห์กันหมดแล้ว  จะให้วิเคราะห์อะไรอีกดีล่ะ  เอาเป็นว่าถ้าพูดถึงสุกี้ล่ะก็ ใครๆก็นึกถึง MK กันทั้งนั้น ถือว่าเขาสร้างให้ Brand ของเขาได้แข็งแกร่งจริงๆ อีกทั้งเน้นงานบริการที่เป็นเลิศ และมี Innovation ให้เห็นกันอยู่ตลอดเวลา และตอบรับทุกเสียงที่เสนอให้แก้ไขปรับปรุง ทำให้ MK อยู่ในใจของใครหลายๆคน การที่จะมีคู่แข่งขันเข้ามาถือว่าเป็นการยากมากๆ (ไม่เจ๋งจริงอย่าเข้าไปแข่งขันด้วยเชียว) ชอบที่พนักงานมีการเต้น show ให้ดู  ถือว่าเป็นเจ้าแรกที่กล้าทำ  ก็น่ารักดี ถือว่าเป็นการเรียกลูกค้าอีกแบบ(คิดได้ไง)

Tawit

  • บุคคลทั่วไป
การจัดการ MK  มุมมองของสถานที่ตั้งของ MK  ที่โลตัส เปรียบเทียบกับ ที่ MK บิ๊กซี ในขอนแก่น มองดูแล้วที่บิ๊กซีขอนแก่นที่คนมาใช้บริการมากและยังมีคนมาคอยรับบัตรคิวมากกว่าที่โลตัส เพราะว่าสถานที่ตั้งคนมองเห็นง่ายกว่า เพราะที่บิ๊กซีตั้งอยู่ชั้นล่าง ส่วนโลตัสอยู่ชั้น 2 และคนเราบางอย่างถ้าจะทำอะไรแล้วบางครั้งต้องการให้คนเห็น

Tawit

  • บุคคลทั่วไป
นาย ทวิช ทุมวัน  รหัส 505740470-0

การจัดการ MK  มุมมองของสถานที่ตั้งของ MK  ที่โลตัส เปรียบเทียบกับ ที่ MK บิ๊กซี ในขอนแก่น มองดูแล้วที่บิ๊กซีขอนแก่นที่คนมาใช้บริการมากและยังมีคนมาคอยรับบัตรคิวมากกว่าที่โลตัส เพราะว่าสถานที่ตั้งคนมองเห็นง่ายกว่า เพราะที่บิ๊กซีตั้งอยู่ชั้นล่าง ส่วนโลตัสอยู่ชั้น 2 และคนเราบางอย่างถ้าจะทำอะไรแล้วบางครั้งต้องการให้คนเห็น 
 
 
 :) ;) :D ;D >:(

pimpaluck

  • บุคคลทั่วไป
พิมพลักษณ์  อเนกบุณย์  505740495-4พี่น้องครับ ทุกคนตอบได้ดี โดนใจมากเลยคร๊าบ   ไม่รู้จะเพิ่มเติมอะไรดี เอาเป็นมุมมองของกุ้งเองนะ
ขอมองในมุมของการให้บริการ
1 product  เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบันที่ผู้คนรักสุขภาพหันมาบริโภคผักมากขึ้น
2.price    ราคาอาจจะสูงไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับจุ๋มจิ้มตามบ้านเรา แต่ด้วยการบริการ และความสะดวกของผู้บริโภคเองก็เอาวะ คุ้มครับพี่น้อง
3.place   การตั้งทำเลสถานที่ตามห้างสรรพสินค้าดัง ๆ ตามห้างต่างๆ ง่ายที่จะไปใช้บริการ
4.promotion  การโฆษณาประชาสัมพันธ์ดีมาก เน้นไปที่ครอบครัว มีความสุขกันเป็นครอบครัว และปัจจุบันก็เริ่มเพิ่มการโฆษณาในรูปแบบความสุขของเพื่อน ๆ ในส่วนของโปรโมชั่นอื่นๆ  ด้านอื่น ๆ มองว่าไม่มีการลดราคาอะไร นอกจากมีบัตรสมาชิก รับส่วนลด 10% และบางครั้งก็มีร่วมกับบัตรเครดิตอื่นๆ  บ้าง

Wuthinun

  • บุคคลทั่วไป
นายจีระพงษ์ แก้วภิรมย์  505740462-9

ขอแสดงความคิดเห็น การจัดการของสุกี้ MK นะครับ
จากการได้เรียนวิชาการจัดการตลาดมา หากมองการจัดการของสุกี้ MK แล้วเขาจัดการตามกลยุทธ์การตลาดบริการครบถ้วนเลยนะครับ
กล่าวคือ  กลยุทธ์แรกเป็นกลยุทธ์การทำตลาดภายใน โดยดูจากพนักงานในร้าน มีการต้อนรับที่ดี มีการเอาใจใส่ลูกค้าที่มากินสุกี้ทุกเวลา
นั้นบ่งบอกว่ามีการจัดการฝึกอบรมมาดี และมีการสร้างแรงจูงใจที่ดีนะครับ
ต่อมาเป็นกลยุทธ์การทำตลาดภายนอก ซึ่งประกอบด้วย  การบริการ ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย การส่งเสริมการตลาด การจัดบุคคล การทำงานมีกระบวนการและวิธีปฏิบัติ ดูแล้วสอดคล้องกลมกลืนมากครับ
ส่วนกลยุทธ์สุดท้ายคือ การทำตลาดปฏิสัมพันธ์ นี้เป็นส่วนของการสร้างคุณภาพที่แตกต่างมากเลยครับ  ซึ่งอาจแสดงได้ว่าผู้บริหารมีความเป็นมืออาชีพจริง

ผมเลยไม่เเปลกใจเลยครับว่าทำไม สุกี้ MKถึงประสบผลสำเร็จมาถึงทุกวันนี้